ตำนานเพชรฆาตหน้าตี๋แห่งบางขวาง

บางขวางได้มีโอกาสต้อนรับเสือที่มาจากเยาราช รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ริมฝีปากเเดง หน้าตาหล่อเหลา เเต่สิ่งที่ขัดกับความหล่อเหลาคือดวงตา ดวงตาที่มีเเววเเห่งความโหดเหี้ยม ที่วงการนักเลงมักเรียกกันว่า  ”ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา” ตอนนั้นไพฑูรย์ยังไม่ได้เป็นพี่เลี้ยง เเต่เป็นสิงโตหินที่กำลังต่อสู้กับโทษประหารอยู่ในศาลไพฑูรย์เล่าว่า ไม่ต้องพึ่งทนายความ เพราะการเป็นนายทหารพระธรรมนูญมาก่อน  จึงเชี่ยวชาญด้านกฏหมาย จนเเม้เเต่อัยการยังคร้าม เพราะหากไม่เเน่จริงจะถูกโต้จนเอียงไปเอียงมา  หลายครั้งที่ถูกเพิ่มโทษจากการไม่เคารพผู้พิพากษา ทุบโต๊ะ ใช้ปากกาขว้างใส่บัลลังก์ศาลเเละอัยการ

สิงโตหินจึงเป็นที่จงเกลียดจงชังของผู้บัญชาการเรือนจำเเละศาล เเต่สำหรับนักโทษทุกคนเรียกไพฑูรย์ว่า”อาจารย์” เพราะเป็นผู้ร่างอุทธรณ์ ฏีกา ต่างๆ ช่วยเหลือเพื่อนนักโทษไว้มากรายด้วยกัน  ในระยะหลังที่ได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นผู้ช่วยผู้คุมเเละพี่เลี้ยง ก็เพราะเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ร้ายในคุกจากนักโทษที่มีวิชาอาคม ไพฑูรย์จะอาสาเข้าปราบเเละสามารถพิชิตนักโทษร้ายลงได้ เเละได้รับเงินรางวัลจากผู้บัญชาการเรือนจำเป็นค่าตอบเเทน

นักโทษที่หล่อเหลามาจากเยาราชผู้นี้คือ ”เสือมิ้ง” เมื่อเสือมิ้งเข้ามาในเเดนขังของเสือโฉม เจ้าพ่อเเดนมองดูด้วยสายตาอันบอกถึงความหื่น เพราะเสือมิ้งรูปร่างสูงโปร่ง ขาวเเละปากเเดง เหมาะจะเอามาทำเป็นน้อง เเต่หารู้ไม่ว่าเสือมิ้งเป็นเสือร้ายที่ซ่อนรูป  วันที่สามในเเดนเพาะปลูก เสือโฉมให้ลูกสมุนสองคนมาช่วยกันลากเสือมิ้งเข้าไปในที่ลับตาที่เคยนำนักโทษชายหน้าใหม่ไปข่มขืนทางทวารหนักเพื่อเอาเป็นเมียมาเเล้วหลายราย  ตอนเเรกเสือมิ้งทำทีเป็นไม่ขัดขืน เเต่ในใจนั้นออมเเรงไว้เพื่อที่จะต่อสู้ในวินาทีสุดท้าย เพราะรู้ว่านักโทษชายสองคนที่ช่วยกันฉุดนั้นเป็นเเค่ลูกน้องของหัวหน้าใหญ่ เมื่อลากเข้าไปในที่ลับเเล้วก็ช่วยกันรูดกางเกงของเสือมิ้งลงมาที่ข้อเท้า

เสือโฉมเห็นได้ทีเดินเเก้ผ้าเข้ามาหา มองเห็นก้นขาวๆของเสือมิ้งเเล้วเจ้าโลกก็ผงาดง้ำ เสือมิ้งเเสร้งทำทีดิ้นรนเพื่อดูว่าถูกจับตัวไว้เเน่นขนาดไหน เอียงคอดูว่าเสือโฉมเข้ามาใกล้พอรึยัง  ลูกน้องเสือโฉมชะล่าใจคิดว่าไม่มีอะไร เเต่ที่ไหนได้ เสือมิ้งก็ขยับตัวด้วยเชิงมวยจีน พอมือหลุดจากการรัดกุม ก็ใช้มวยจีนระยะประชิดเล่นงานจุดสำคัญของลูกน้องเสือโฉมจนนอนเเน่นิ่ง เเล้วดีดตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับเสือโฉม ในจังหวะที่เสือโฉมเตะช้อนขึ้นมา ศอกของเสือมิ้งยกขึ้นกระเเทกรับเเข้งของเสือโฉม มันเป็นจุดอะไรไม่ทราบ เเต่ทำให้เสือโฉมรู้สึกชา ขาข้างนั้นหมดเเรง  เสือมิ้งต่อยตูมเข้าให้ที่กรามเป็นการต่อยที่ยั้งเพื่อไม่ให้สลบ เสือโฉมล้มลงนอนหงายเเผ่ เสือมิ้งเเสยะยิ้มเดินตัวเปล่าเข้าไปหาเสือโฉมถ่างขาออก จากนั้นก็เล่นงานประตูหลังเสือโฉมจนขาดรุ่งริ่ง ก่อนจะเดินจากไป

ข่าวเสือโฉมเสียท่าเสือมิ้งที่เข้ามาใหม่เเทนที่จะได้เมียกลับกลายเป็นเมียของเสือมิ้งไปอย่างง่ายๆเเดนทมิฬใหญ่เเค่ไหนหากเสียท่าถูกจับทำเป็นเมีย เสือตัวผู้ก็จะกลายเป็นเสือตัวเมียไปในทันที เเต่เสือมิ้งไม่ใช่พวกชอบไม้ป่าเดียวกัน ที่ทำไปเพราะต้องการจะสอนบทเรียนให้เสือโฉมเท่านั้น เสือมิ้งกลายเป็นเจ้าพ่อเเดนเเทนเสือโฉมในเเดนนรกเเห่งนี้ไม่เคยมีใครยอมใคร เสือมิ้งจึงกลายเป็นผู้ก่อศัตรูกับเจ้าพ่อเเดนอื่นไปโดยปริยาย เพราะเสือโฉมเป็นเจ้าพ่อเเดนที่มักก่อศึกข้ามเเดนเป็นประจำ เมื่อเปลี่ยนเจ้าพ่อเเดนก็ต้องมีการทดสอบจากเจ้าพ่อเเดนอื่น

เสือมนัส เจ้าพ่อนักโทษจากภาคใต้ ทำหนังสือท้าเสือมิ้งให้มาสู้กันเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่โดยเสือมนัสมีมีดประเเดะที่ทำจากเหล็กเเหนบรถยนต์เป็นคู่มือ ส่วนเสือมิ้งมีเหล็กเเหลมด้ามไม้เป็นอาวุธ การต่อสู้ระหว่างสองเจ้าพ่อเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันพักผ่อนถือโอกาสที่นักโทษดูการละเล่นเปิดการต่อสู้เพื่อหลบผู้คุม  เสือมนัสใช้มีดประเเดะรุกไล่ต้อนเสือมิ้งอย่างเเคล่วคล่องว่องไว เสือมิ้งมีรอยสักเป็นตัวหนังสือจีน มีความหมายว่า ”เข้าออกปลอดภัย” ที่กลางหลัง ส่วนที่ต้นคอสักลั่กกั้ก หน้าอกสักมังกรพ่นไฟ

ส่วนเสือมนัสไม่ต้องพูดถึง สักจนเต้มพืดไปหมด ผ่านไปสิบกว่านาที ไพฑูรย์เล่าว่า สองเสือยังไม่อาจทำอะไรกันได้ เสือมิ้งเริ่มมีอารมณ์ จึกรุกไล่เสือมนัส เเละเปิดช่องให้เสือมนัสเเทง โดยเสือมิ้งต้องการทำสอบของดีเเละข่มขวัญเสือมนัส ”บุ้ก บุ้ก”  เสือมนัสเสือกมีดประเเดะเเทงลิ้นปี่กับพุงกะทิของเสือมิ้งติดต่อกันสองครั้ง เพียงปรากฏรอยเเดงช้ำมีเลือดซึมเท่านั้น เสือมิ้งเตะด้วยมวยจีนที่ยอด อกของเสือมนัสดังขึ้บ ปลายเท้าจิกเข้าลิ้นปี่เสือมนัสอย่างจัง ”อ้อกก์” ความจุกเสียดเเล่นเข้าสู่ยอดอดของเสือมนัส มือที่ถือมีดประเเดะตก เสือมิ้งถีบจนเสือมนัสพลิกกลับ เหล็กเเหลมในมือเสยจากลากขึ้นบน ”ซึ่บ” ปลายเหล็กเเหลมสวนเข้ารูทวารจนจมมิดเหลือเเต่ด้าม เสือมิ้งปล่อยมือคาเหล็กเเหลมไว้อย่างนั้น เสือมนัสล้มลงดิ้นพราดๆ เสียงนกหวีดดังลั่น นักโทษเเตกฮือ เสือมิ้งถูกผู้คุมรุมตีด้วยกระบองเหมือนตีกลอง ไม่มีเลือดออกมาจากบาดเเผล สุดท้ายเสือมิ้งก็ล้มลงกองกับพื้นสลบเหมือด

เสือมนัสถูกหามส่งห้องพยาบาลเรือนจำ เเพทย์ให้ส่งต่อไปโรงพยาบาลนอกเรือนจำ เสือมนัสได้รับการผ่าตัดช่วยซีวิตไว้ได้ เเต่บาดแผลฉกรรจ์เเละต่อมามีอาการติดเชื้อ จึงถึงเเก่ความตายอย่าง่าสยดสยอง ศพถูกนำกลับเข้าเรือนจำเพราะยังเป็นนักโทษอาญาตลอดซีวิต ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนจนเป็นนักโทษชั้นดีเสียก่อน จึงจะอนุญาตให้ญาติมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป  เสือมิ้งถูกเพิ่มโทษก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะถือว่ามีโทษประหารซีวิตเป็นที่สุดเเล้ว เสือมิ้งจึงกลายเป็นเจ้าพ่อเเทนเสือโฉมกับเสือมนัส

ซึ่งต่อมาได้เป็นมิตรกับสิงโตหิน เรื่องราวของเสือมิ้งจึงถูกถ่ายทอดให้ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม รับรู้อย่างหมดเปลือก  พ่อเเม่ของเสือมิ้งเป็นชาวจีนเเผ่นดินใหญ่อพยพมาจากซัวเถา ขณะที่เสือมิ้งยังตัวเล็กๆ เเต่เป็นคราวเคราะห์พ่อเเม่ของเสือมิ้งป่วยด้วยโรคระบาดถึงเเก่กรรมทั้งสองคน ไต้ก๋งให้ประกอบพิธีศพบนเรือเเล้วมิ้งลงทะเลไป เสือมิ้งจึงอยู่ในความดูเเลของลุงที่เป็นพี่ชายของพ่อเเซ่เดียวกัน เสือมิ้งจึงต้องพบกับความลำบากตั้งเเต่เด็ก ด้วยลุงของเสือมิ้งยึดอาชีพเป็นจับกัง เเละดื่มสุราจัด เสือมิ้งจึงได้อยู่ในความดูเเลของอาที่เป็นน้องสาวของลุงผู้มีพระคุณ จึงพ้นจากความตาย  โตขึ้นไม่ได้เรียนหนังสือ ของเเรงงานเล็กๆ น้อยๆ จนที่สุดก็ถูกรังเเกจากอันธพาล

เสือมิ้งเเม้รูปร่างเล็กกว่าเเต่สามารถใช้เหล็กหลาวเเทงกระสอบข้าวสารเเทงคู่อริถึงตาย ตอนนั้นไม่มีการดำเนินคดีเพราะเถ้าเเก่ใหญ่ในเยาราชเห็นว่าหน่วยก้านดีจึงให้ไปอยู่ด้วย เสือมิ้งรับหน้าที่ดูเเลความสะดวกเวลาเถ้าเเก่จะออกไปธุระ จัดหา รองเท้ามาวางเตรียมไว้ คอยเปิดประตูรถ คอยเปิดประตูบ้าน เถ้าเเก่ให้เข้าไปดูเเลด้านการรับเเขกในบ้าน จนที่สุดก็ให้ดูบัญชีคนเข้ามาพบเพื่อจัดอันดับก่อนหลัง หรือรายใดที่เถ้าแก่ไม่ต้องการพบก็ให้ปฏิเสธไป  เสือมิ้งมีความกตัญญูส่งเสียลุงกับอาผู้หญิงเสมอ รูปร่างเสือมิ้งสะโอดสะอง ผิวขาว ปากเเดงเเต่ดวงตามีเเววเหี้ยมโหด มีสาวๆ มาติดพันหลายคน เเต่เมื่อจะสู่ขอตามประเพณี ชินเเสเอาดวงไปตรวจสำนักไหนสำนักนั้นส่ายหน้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ”ดาวโจร”  ต้องมีคุกตะรางเป็นแดนจึงไม่มีใครยกลูกสาวให้

พ.ศ.2480 เยาราชตื่นตัวในกรณีที่ญี่ปุ่นบุกจีน เกิดเป็นสงครามใหญ่ กองทัพญี่ปุ่นบุกนานกิงจุงกิง ทิ้งระเบิดทำลายวินาศสันตะโร ชาวจีนตายเป็นเบือ สตรีชาวจีนถูกข่มขืนอย่างทารุณ กองทัพก๊กมินตั๋ง ของขุนพลเจียงไคเช็ก รับกับญี่ปุ่นอย่างหนัก ชาวจีนในเยาราชรวบรวมเงินกันส่งไปให้กับจีนคณะชาติเป็นทุนซื้ออาวุธสู้กับญี่ปุ่น มีการส่งคนของก๊กมินตั๋งมาเป็นเทศมนตรีเยาราชเพื่อประสานงานกับก๊กมินตั๋งบนเเผ่นดินใหญ่เเละคอยดูเเลผลประโยชน์ของชาวจีนโพ้นทะเลด้วยตอนนั้นญี่ปุ่นแผ่อิทธิพลเข้ามาด้วยการตั้งอั้งยี่มังกรดำ เพื่อต่อกรกับอั้งยี่จีน โดยญี่ปุ่นหนุนคนจีนใจฝักใฝ่ญี่ปุ่นเป็นผู้ดำรงตำเเหน่งหนัวหน้าคณะอั้งยี่เเต่เบื้องหลังมีญี่ปุ่นคอยหนุนอยู่  มีคณะอั้งยี่จีนยอมทรยศเข้ากับมังกรดำ เทศมนตรีจีนจึงเปิดประชุมใหญ่เพื่อจะให้รู้ดำรู้แดงกันไปว่าใครเป็นใคร

ในการประชุมที่ประชุมได้แสดงหลักฐานและประณามอั้งยี่สามคณะที่มีพฤติกรรมพัวพันกับมังกรดำ หนึ่งในสามคณะคือคณะ ”กิมเเช” โดยมีเต็กลิ้มเป็นหัวหน้า มีความเคียดเเค้นเทศมนตรีจีนที่มีรหัสประจำตัวว่า  ”อั้งเเช” เต๊กลิ้มจ้างมือปืนชาวญี่ปุ่นสองคนติดตามยิงอั้งเเช เเต่ถูกมือปืนคุ้มกันอั้งเเชยิงถล่มตายคาที่เต็กลิ้มพยายามหามือปืนที่อยู่ในเยาราชมารับงาน เเต่ไม่มีใครกล้า อาหลิน ลูกสาวของเต็กลิ้มจึงถูกวางตัวให้หว่านเสน่ห์เพื่อมัดมือปืนมือดีสักคนเพื่อมารับงาน เสือมิ้งตกหลุมเสน่ห์ของอาหลินจนหัวปักหัวปำ ที่สุดก็มาอยู่ต่อหน้าเต็กลิ้ม เขาบอกว่าหากฆ่าอั้งเเชได้จะยกอาหลินให้เเต่งงานด้วยเเละจะจัดงานให้อย่างยิ่งใหญ่  ที่เต็กลิ้มยอมยกอาหลินให้เสือมิ้งเพราะคิดว่าหลังจากที่เสือมิ้งลงมือสังหารอั้งเเชเเล้ว ก็จะถูกมือปืนของอั้งเเชเล่นงานจนตาย

เสือมิ้งตายก็ไม่อาจจะเปิดโปงตัวเองได้ เเละตัวเองก็ไม่ต้องเสียลูกสาวให้กับเสือมิ้ง เสือมิ้งออกสะกดรอยตามอั้งเเชเพื่อหาจุดสังหาร โดยมีเต็กลิ้มคอยสอดส่องช่วยเหลืออีกทางหนึ่งมีป้ายปนะกาศติดหน้าโรงงานงิ้ว ว่า จะมีงิ้วจากแผ่นดินใหญ่มาแสดงเรื่องขุนศึกตะกูลซ่ง อุปรากรจีนชุดนี้มีชื่อเสียงมากวันเปิดรอบปฐมทัศน์มีเทียบเชิญบุคคลสำคัญในเยาราชไปร่วมมากมายเเน่นอนย่อมมีการรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือก๊กมินตั๋งรบกับญี่ปุ่น  อั้งเเชก็เป็นหนึ่งในเเขกคนสำคัญที่ได้รับเชิญไปร่วมชมครั้งนี้ด้วยเต็กลิ้มเรียกเสือมิ้งมาพบเพื่อวางเเผน โดยกำหนดการให้ ตามอั้งเเชหลังออกจากโรงงิ้ว เพื่อหาโอกาสปลอด ด้วยอั้งเเชชอบกินข้าวต้มกระดูกหมูกระทะทองเหลือง เพราะขณะที่กินข้าวต้ม การรักษาความปลอดภัยจะไม่เข้างวด พอจะเข้าไปสังหารอั้งเเชได้ เมื่อนัดแนะกันแล้วจึงเเยกกันไปคอยเวลาที่จะลงมือ

ไพฑูรย์เล่าไว้ในตอนที่แล้วว่า ก่อนสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นบุกจีน นายพลเจียงไคเช็กนำกำลังก๊กมินตั๋ง(คณะชาติจีน) เข้าต่อสู้กับฝ่ายญี่ปุ่น ทั้งยังส่งนายไท้ตงมาติดต่อกับจีนโพ้นทะเลในย่านเยาราช จนได้เป็นเทศมนตรีเยาราช มีหน้าที่จัดเก็บเงินบริจาคส่งไปช่วยเหลือขุนพลเจียงรบกับญี่ปุ่น  ส่วนญี่ปุ่นก็แทรกซึมส่งสายลับมาจากสมาคมมังกรดำ มาคอยดูลาดเลาเพื่อสังหารไท้ตงให้พ้นทาง แต่ทางแผ่นเดินใหญ่ก็ส่งมือปืนมาคุ้นกันสามคน ไปไหนก็นั้งขนาบข้างส้องคนนั้งคู่กับคนขับรถข้างหน้าอีกคน มือปืนทั้งสามคนเคยปะทะกับมือปืนจากสมาคมลับมังกรดำมาแล้ว ในขณะที่มือปืนหมายเข้าสังหาร มือปืนจากสมาคมลับมังกรดำตายเรียบ

อั้งเเช คือรหัสของเทศมนตรีจีน เขาผู้นี้แหละที่ประณามเต็กลิ้มหัวหน้าคณะอั้งยี่กิมแช ว่าพัวพันกับอั้งยี่มังกรดำ ทำให้เต็กลิ้มมีความเคียดเเค้นเทศมนตรีจีนมาก จนที่สุดก็ติดต่อกับสมาคมลับมังกรดำอีกครา แต่สมาคมลับมังกรดำปฏิเสธเพราะหลังจากที่ปฏิบัติงานพลาด ก็ถูกสันติบาลไทยคอยจับตาดูทุกฝีก้าว

เต็กลิ้มไม่ละความพยายาม หามือปืนที่เป็นชาวไทย แต่ไม่มีใครกล้ารับงาน ที่สุดเต็กลิ้มจึงหันมาหาเสือมิ้ง โดยให้อาหลินไปหว่านเสน่ห์กับเสือมิ้ง จนเสือมิ้งหลงรักอย่างเอาเป็นเอาตาย ในที่สุดอาหลินก็นำเสือมิ้งมาพบกับเต็กลิ้มผู้เป็นบิดา เต็กลิ้มจึงพูดตรงๆว่า ”ถ้าลื้อฆ่าเจ้าอั้งเเชได้ละก็ รางวัลที่ลื้อจะได้คืออาหลินลูกสาวอั๊ว และอั๊วแก่แล้ว ต่อไปลื้อคือผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าคณะกิมเเชต่อไป”

เสือมิ้งเคลิ้ม เพราะอาหลินสวยน่ารัก และยังได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะสำหรับคนที่ไม่มีอนาคตแบบตัวเองมันเกินคุ้ม โดยหารู้ไม่ว่าเต็กลิ้มนั้นมีเลห์ ล้ำลึก คิดว่าการฆ่าอั้งแชนั้นไม่ใช่ของง่ายเสือมิ้งอาจถูกยิงตายไปด้วย อาหลินก็ไม่ต้องแต่งงานกับเสือมิ้ง หากรอดมาได้ก็ค่อยหาทางกำจัดด้วยการหักหลังส่งตัวให้ตำรวจไทย

วันเปิดรอบปฐมทัศน์งิ้วจากแผ่นดินใหญ่ บรรดาพ้อค่า นักธุรกิจ ตลอดจนหัวหน้าคณะอั้งยี่ ต่างมากันครบ อั้งแชก็มาด้วย เพราะจะต้องกล่าวสุนทรพจน์ หารายได้ส่งไปให้กับคณะชาติรบกับญี่ปุ่น เต็กลิ้มวางแผนเเยบยลโดยเเทนที่จะบุกสังหารหน้าโรงงิ้วกลับไม่ทำ เพราะรู้ดีว่าหากออกงานกลางคืน อั้งเเชมักจะไปกินข้าวต้มกระดูกหมูกระทะทองเหลืองเป็นประจำ ที่นั้นไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเหมาะเเก่การปฏิบัติการโดนมีมือปืนที่เป็นคนในคณะอั้งยี่กิมแชสามคน ปลอมเป็นคนทั่วไปนั้งกินข้าวต้มส่วนเสือมิ้งให้ไปซุ่มในตรอกตรงข้ามกับร้านข้าวต้ม

งิ้วแสดงจบ รถประจำตัวของอั้งเเชก็เคลื่อนออกจากโรงงิ้วไปจอดฝั่งเดียวกันร้านขายข้าวต้มกระดูกหมู ถัดออกไปเล็กน้อย เสือมิ้งมองเห็นเหตุการณ์ตลอด อั้งเเชนั้งอยู่โต๊ะตรงกลง มีมือปืนสามคนล้อมอยู่คอยระวังเเวดระวังภัย ขณะที่กำลังกินข้าวต้ม มือปืนของเต็กลิ้มก็กระชากปืนออกจากที่ซ่อนตัวเข้ารุมยิงมือปืนที่คอยรักษาความปลอดภัยทันที

มือปืนสองคนถูกยิงร่วง อีกคนหนึ่งร้องบอกให้อั้งเเชหนีไปที่รถยนต์ แล้วเอาตัวบังกระสุนเอาไว้ เป็นเหตุให้ตัวเองตายแต่อั้งแชหนีไปที่รถได้ เสือมิ้งเห็นเหตุการณ์ตลอดจึงเดินข้ามถนนมาในจังหวะที่อั้งเเชวิ่งมาหารถ เอื้อมมือเปิดประตู เสือมิ้งก็ถึงตัว จ่อยิงเข้าที่ศีรษะเเละลำตัวในระยะกระชั้นชิดร่างของอั้งเเชล้มลงกับพื้น คนขับรถเปิดประตูวิ่งหนี เสือมิ้งยิงใส่เข้าให้ด้วยกระสุนที่ก่อนจะวิ่งหนีไป

มือปืนสามคนกับคนขับรถตายในที่เกิดเหตุ ส่วนอั้งแชไปตายที่โรงพยาบาล การสังหารเทศมนตรีจีนแผ่นดินใหญ่คราวนี้อุกอาจ เยาราชลุกเป็นไฟ เมื่อกรมตำรวจสันติบาลในเครื่องแบบเเละนอกเครื่องแบบเข้ามาบุกเยาราช ทั้งที่เมื่อก่อนเคยให้ความเกรงใจไม่เข้ามาตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเยาราช ด้วยเห็นว่าควบคุมกันเองดีแล้วแต่คราวนี้ผู้ตายเป็นเทศมนตรีมาจากแผ่นดินใหญ่ กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรียื่นคำขาดกับอธิบดีกรมตำรวจให้ลากคอมือปืนมาให้ได้

เนื่องจากตอนเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยาน จึงไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานของมือปืนที่ก่อเหตได้ สันติบาลใช้วิธีส่งตำรวจเข้าคุมย่านธุรกิจ บ่อน เเละแหล่งรายได้ของบรรดาอั้งยี่ต่างๆ บรรดาแขกที่ใช้บริการเห็นตำรวจมายืนป้วนเปี้ยน คนจีนถือใบต่างด้าวกลัวตำรวจ บอกว่าไม่ไปใกล้ๆตำรวจดีที่สุด ”หมาต๋าเลี๊ยะ” ไม่เอาด้วย ขึ้นโรงขึ้นสาล กินอึสุนัขดีกว่า

เถ้าแก่กับตัวเฮีย เปิดประชุมใหญ่มีหัวหน้าคณะอั้งยี่มาประชุมครบ เพื่อจะหาตัวผู้ก่อเหตุยิงอั้งเเชกับมือปืนจนทำให้ตำรวจสันติบาลใช้กำลังเข้าบีบเพื่อให้บรรดาอั้งยี่มอบตัวผู้กระทำความผิดมาให้การประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เเต่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนลงมือ แม้สามหัวหน้าที่อั้งแชเคยปรามก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำ เต็กลิ้มก็ีตีหน้าตายด้วยรู้ว่าสามมือปืนที่ลงมือเป็นลูกน้องคนสนิทตัวเอง และได้ส่งตัวกลับเมืองจีนไปแล้ว

ส่วนเสือมิ้งก็เป็นคนของเถ้าแก่ หากเกิดอะไรขึ้นมาเถ้าแก่ก็พัง อีกอย่างเสือมิ้งก็จะเป็นว่าที่ลูกเขยอยู่แล้ว หากพัวพันมาถึงก็ล้มพิธีแต่งงาน ส่งตัวเสือมิ้งให้ตำรวจสันติบาลเสีย สันติบาลเก่งพอสมควร สืบได้ว่ามีอั้งยี่สามคณะที่ถูกระบุว่าร่วมมือกับสมาคมลับมังกรดำ หนึ่งในสามคือคณะกิมแช มีเต็กลิ้มเป็นหัวหน้า ที่มีความโหดเหี้ยมกว่าอีกสองคณะ แม้เเต่อั้งยี่เล็บเขียวยังเกรงใจ

สายข่าวของสันติบาลยังพบว่าคนของคณะอั้งแชกลับไปเยี่ยมญาติที่เมืองจีนสามคนพร้อมกันกระสุนที่พบในตัวมือปืนคุ้มกันของอั้งแชมีสามชนิดส่วนที่ตัวอั้งแชเป็นอีกชนิดหนึ่ง แสดงให้เห็นว่ามีมือปืนลงมือทำงานสี่คน สามคนน่าจะกลับเมืองจีนไปแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งน่าจะกบดานอยู่ในเยาราช

หลังเเผนการสำเร็จเสือมิ้งมาพบเต็กลิ้ม ทวงสัญญาเรื่องการแต่งงานจนเกิดมีปากเสียงกันใหญ่โต ”มิ้งอาหลินไม่หนีไปไหนหรอก รอเวลาให้เรื่องเงียบก่อน อั๊วส่งลูกน้องอั๊วสามคนไปเมืองจีนเเล้ว ก็เหลือลื้ออีกคน สันติบาลมันคอยจับตาดูอั๊วเเละคนที่เกี่ยวข้องกับอั๊วอยู่ หากอั๊วจัดพิธีให้ลื้อลูกสาวอั๊วก็ต้องเป็นม่ายผัวติดคุก เพราะสันติบาลมันต้องตะครุบลื้อไปสอบสวน ลื้อก็รู้สันติบาลสอบสวนผู้ต้องหาแบบไหน รอหน่อยนะมิ้ง”

”เดือนหนึ่งเเล้ว จะให้อั๊วรออีกนานเเค่ไหนเล่า หลักฐานที่จะพัวพันมถึงก็ไม่มีแล้ว ลื้อจะกั๊กลูกสาวไว้ทำไม ลื้อจะเบี้ยวอั๊วหรือ เถ้าแก่ลิ้ม อั๊วตัวคนเดียว ไม่เคยกลัวใคร ลื้อก็เถอะ ถ้าไม่เห็นว่าจะเป็นพ่อตา อั๊วก็ไม่เกรงใจเหมือนกัน”

”ไอ้มิ้ง ลื้อกล้ากับอั๊วหรือ ไอ้เยรคุณ อั๊วไม่กล้ากลับคำ แต่งงานวันนี้พรุ้งนี้ก็ได้ แต่ลื้อจะไม่ได้อยู่กับอาหลินนานหรอก ลื้อต้องเข้าคุก” 
”อั๊วไม่กลัว ลื้อรีบหาฤกษ์ดีมาประกอบพิธีให้อั๊วโดยด่วน”

”ไอ้มิ้ง มึงมันเหมือนหมาเดือนสิบสอง มึงเคยนึกถึงคณะของกิมเเชบ้างไหม ถ้าลื้อถูกจับ อั๊วเข้าปิ้ง อาหลินจะอยู่ได้หรือ คณะกิมแชก็บรรลัยหมด พวกลิ่วล้อมันจะไปทำมาหากินอะไรกัน”

”ลื้อจะเบี้ยวอั๊ว”

”ไม่ได้เบี้ยว แต่อั๊วให้รอ”

”อั๊วจะมาฟังข่าวอีกที ถ้าลื้อไม่จัดพิธี ก็ตายด้วยกัน”

”ไอ้มิ้งมึงกล้าข่มขู่กูหรือ”

”เออ…”

เต็กลิ้มรู้ตัวว่าเสือมิ้งไม่ใช่ธรรมดา ทิ้งไว้ก็เป็นศัตรูกับตัวเอง จึงวางแผนกำจัดเสือมิ้ง โดยยืมมือตำรวจสันติบาล ให้คนสนิทส่งข่าวให้สันติบาลมาจับตัวเสือมิ้ง โดยวางแผนเรียกเสือมิ้งมาพบที่ภัตตาคารเล็กๆ เพื่อจะเเจ้งฤกษ์ แต่งงาน เเล้วให้ตำรวจสันติบาลมาคอยจับ โดยให้คนแสร้งเดินชนเสือมิ้งขณะออกจากภัตตาคาร เป็นการชี้ตัวให้สันติบาลเข้ารวบ ถึงวันนัด เต็กลิ้มนักเสือมิ้งมาที่ภัตตาคารบอกเรื่องการจัดพิธีแต่งงาน พอลงมาจากภัตตาคารมาที่ถนน คนที่เตรียมไว้ก็แสร้งทำเป็นมาเดินชนเสือมิ้งเช สันติบาลก็ขยับ เสือมิ้งพยัคฆ์หนุ่มอ่านเกมขาดกระจุย ชักปืนออกมาดวลกับสันติบาล และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ เต็กลิ้มซ่อนตัวให้ลูกน้องเเวดล้อม ห้ามใครเข้าออกคณะอั้งยี่ ยกเว้นแต่ที่เต็กลิ้มเชิญเท่านั้นข่าวเสือมิ้งดวลปืนกับตำรวจสันติบาลดังไปทั่วเยาราช เถ้าแก่สั้งให้ไปหาตัวเสือมิ้งมาพบ เสือมิ้งสารภาพกับเถ้าแก่ว่าทำไปเพราะลุ่มหลงสตรี เถ้าแก่นิ่งอึ้ง ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี

จนเสือมิ้งบอกว่า”เพื่อไม่ให้เดือนร้อนกันทั้งเยาราช ” อั๊วจะยอมมอบตัวกับสันติบาล เพื่อให้รัฐบาลจีนคณะชาติกับรัฐบาลไทยไม่บาดหมางกัน แต่อั๊วขอเพียงแก้แค้นเต็กลิ้มให้ได้เสียก่อนเท่านั้น
เถ่าแก่ถอนหายใจก่อนจะบอกกับเสือมิ้งว่า ”อั๊วขอบใจลื้อในนามของชาวเยาราช ที่ช่วยให้พ้นหายนะ แต่เรื่องลื้อจะเเก้เเค้นเต็กลิ้ม อั๊วไม่อนุญาต ขอให้ลื้อมอบตัว ส่วนการจัดการเต็กลิ้ม อั๊วจัดการเอง ลื้อไม่ต้องห่วง มันทรยศต่อคนจีน มันต้องชดใช้ด้วยซีวิต”

เสือมิ้งยอมมอบตัวกับตำรวจสันติบาลให้ความร่วมมือแต่ไม่บอกว่าใครวาวงแผนจ้างวาน รับสารภาพเพียงว่าไม่พอใจในตัวอั้งแชที่มาวุ่นวายกับคนที่เสือมิ้งรัก ศาลพิจารณาจนถึงฏีกา พิพากษายืนให้จำคุกตลอดซีวิตเสือมิ้ง ทางทูตจากรัฐบาลจีนคณะชาติก็พอใจจะไม่ส่งเทศมนตรีมาจากแผ่นเดินใหญ่มาอีก

ส่วนเต็กลิ้มก็พยายามระวังตัวเเจเพื่อไม่ให้ถูกสังหาร ทั้งยังส่งอาหลินกลับเมืองจีนไปกับญาติผู้ใหญ่ไปเเต่งงานเมืองจีน สามเดือนต่อมาหนังสือพิมพ์ไทยจีนพาดหัวตรงกันว่า ”มือสังหารคณะเล็บเขียวเด็ดซีวิตเถ้าแก่เต็กลิ้มขณะเดินอยู่บนถนนเยาราชด้วยกรรไกรขาเดียว”

เนื้อข่าวว่า พบจดหมายเปิดโปงว่าเต็กลิ้มร่วมมือกับสมาคมลับมังกรดำของญี่ปุ่น ทรยศต่อพี่น้องร่วมชาติของตัวเอง จึงสมควรตายอย่างสุนัขข้างถนนแบบนี้…

นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว -ข้อความผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยนะครับเเต่พระคาถาไม่มีอักขระวิบัติเเน่นอนช่วยไลค์เเละเเชร์เพจให้ด้วยนะครับเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

ตอนนี้ขอมอบพระคาถาที่จะปลุกอักขระเครื่องรางของขลังที่ติดตัวเอาไว้ให้เกิดพลังอยู่เสมอการปลุกเสกก็ไม่มีอะไรมาก ให้นำพวกพระที่คล้องคอมาใส่ไว้ในฝ่ามือประกบไว้จึงร่ายพระเวทปลุกนี้ได้
3-5-7-9จบ ตามเเต่เวลาอำนวย แม้จะเข้าต่อสู้ให้เอามือตบพวงพระ ไม่มีพระก็เอามือลูบตัวภาวนาคาถาให้ใจมั่นเเล้วบุกเข้าไปเถิดสารพัดศัตรูก็เเพ้ภัย หลวงพ่อเดิมท่านประสิทธิประสาทให้กับทุกคน

◎คาถาปลุกอักขระเครื่องรางของขลัง◎

ตั้งนโม 3 จบ เเล้วร่ายพระคาถา

พุทธบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา ปาฏิหาริโย อักขระยันตัง สันตัง
วิกะรึงคะเร

สวดให้เพ่งจิตไปที่พวงพระเเละอักขระที่สักไว้ตามตัว ที่ตะกรุดพิสมร เครื่องรางที่มีติดตัวถ้าจิตเป็นหนึ่งจะรู้สึกตัวหนาขนลุกเเละเกิดความเหี้ยมหาญในใจขึ้นมาทันที
เมื่อขับขันให้เอามือตบพวกพระหรือตบ อกให้ดัง ปัก ปัก ปัก จึงร่ายหัวใจว่า ”อักขระยันตัง สันตัง วิกะรึงคะเร”

แฟนเพจทุกสามารถที่พลาดตอนไหนของอ.ไพฑูรย์ไปสามารถติดตามได้จากเพจเลยนะครับฝากช่วยแชร์แบ่งปันตำนานของอาจารย์กันด้วยนะครับ  “สำหรับเรื่องที่เคยลงในตอนต้นๆของเพจจะทำการลบทิ้งให้ท่านสามารถติดตามได้ทางเว็ปไซด์เพื่อความสะดวกแก่การค้นหา”

**สงวนลิขสิทธิ์**

อ.สมปอง แดงกำพล บ.ก.แปลกมหัศจรรย์ เจ้าของนามปากกาผลงาน สุรเวท เสนภูษาและส.องครักษ์

อนุญาติให้ท่านสามารถให้แชร์เนื้อหาได้จากทางเพจ นักเลง โบราณ ผู้เช่าลิขสิทธิ์เนื้อหาปัจจุบันได้เท่านั้น

ขอขอบคุณเครดิตที่มาภาพเครื่องรางประกอบบทความจาก แอดมินทินกร ชำนาญ,แอดมินเอก ไพศาลี  กลุ่มบารมีหลวงพ่อเดิม  วัดหนองโพ เป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้

จากผลงานเกิดใต้ดาวโจรเล่ม ๑-๒  ประกาศิตฤกษ์ดาวโจรฉบับพิเศษและนิตยสารแปลก

ท่านผู้สนใจต้องการหนังสือเก็บสะสมสามารถติดต่อได้ที่  เพจนักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

**ติดตามผลงานฉบับสุดท้ายที่จะเปิดตำนานของไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามทั้งหมดและไม่เคยได้ตีพิมพ์ลงที่ใดมาก่อนในเร็วๆ นี้**

3 comments

  1. ซื้อหนังสือ เกิดใต้ดาวโจร และ หนังสือเรื่องราวของ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม ได้ที่ไหนครับผม

    รบกวนแจ้งรายละเอียดให้ด้วยครับ

ใส่ความเห็น