ตำนานเสือร้ายแห่งดอกคำใต้

มีเรื่องเล่าว่า “เสือทัย” เป็นนักเลงที่โด่งดังสะท้านยุทธจักรของเมืองพะเยาในยุค พ.ศ. ๒๕๐๐ ในขณะที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวายอำนาจของทางราชการเข้าไม่ถึงประชาชน คนทั้งหลายไม่มีระเบียบ แต่ละคนประพฤติตนตามอำเภอใจ จึงปิดช่องให้ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ได้ตั้งตนเป็นเจ้าพ่อแสดงอำนาจ สร้างบารมีในรูปแบบและลักษณะต่าง ๆ จนเป็นที่รู้กันว่าใครใหญ่ในท้องถิ่น

มีคนเล่าว่า คืนไหนได้ยินเสียงดังปัง….แล้วตามมาด้วยเสียงร่ำไห้ระงมของเด็กน้อย หรือเสียงโหยหวนของผู้หญิงแล้วละก็….นั่นก็แสดงว่ามีคนตายอีกแล้ว รุ่งขึ้นก็จะมีพิธีทำศพ และในความคิดของชาวบ้านพุ่งเป้าหมายถึงตัวการกระทำในครั้งนี้หรือทุกครั้งก็คือ เสือทัย

“เสือทัย…บุก!…” จึงเป็นอีกประโยคแรกที่กลุ่มโจรมักกล่าวอ้างเวลาบุกมาปล้นบ้านเรือนประชาชน จนชื่อเสือทัย กลายเป็นมนต์สะกดผู้คนในบ้านและระแวกบ้านไม่กล้าลุกขึ้นมาสู้ หรือเข้าช่วยเหลือ มีชาวบ้านเล่าว่าไปเลี้ยงวัวควายที่ท้องทุ่ง ถ้ามีคนมาบอกว่าเสือทัยให้มาเอาตัวนี้ ๆ โดยจะชี้เอากี่ตัวก็ได้ แล้วจูงเอาไปหน้าตาเฉยก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขัดขืน

มีเรื่องเล่าว่าบ้านไหนที่มีลูกสาวไปทำงานที่กรุงเทพฯ เมื่อส่งเงินกลับมาบ้านต้องจ่ายเปอร์เซ็นต์ให้เจ้าพ่อ หรือแม้แต่ถามซื้อที่ดินในราคาถูกๆ ชาวบ้านก็ยอมขาย เพราะทราบชะตาชีวิตตัวเองดี คือถ้าไม่ยอมขายก็จะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่คืนเดียวเท่านั้น พอรุ่งเช้าก็จะกลายเป็นศพทันที

ในกรณีดังกล่าวนี้พระผู้ใหญ่ระดับรองเจ้าคณะอำเภอรูปหนึ่งเล่าว่า “ในวัยเด็กท่านเป็นสามเณรกลับไปเยี่ยมโยมแม่ถูกยิงตาย เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ได้มีลูกน้องเสือทัยมาขอซื้อที่นา ซึ่งอยู่ในทำเลดีและอยู่ติดกัน ได้มีลูกน้องเสือทัยมาขอซื้อที่นา ซึ่งอยู่ในทำเลดีและอยู่ติดกัน แต่โยมแม่ท่านไม่ยอมขาย โดยบอกว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูก ๆ เมื่อวันคืนผ่านไปเรื่องถูกยิงตายก็เกิดขึ้น”

มีเรื่องเล่าว่า ทางการเคยส่งตำรวจไปไล่ล่าอยู่หลายครั้งแต่ทุกครั้งก็มีอภินิหาร รอดพ้นมาได้ทุกครั้งมีคนเล่าเป็นโจ๊กตลก ๆ อยู่หลายเรื่องหลายเหตุการณ์ ซึ่งจะขอประมวลบางส่วนมาดังนี้  เสือทัยทำภารกิจอยู่บนบ้าน ตำรวจไล่วิ่งขึ้นไปจับก็ใช้วิชาบังตาไม่ให้ตำรวจเห็น บ้างก็ขยายความไปว่า แปลงกายเป็นจิ้งจกเกาะติดเพดานเดินหนีไปต่อหน้าต่อตา   ครั้งหนึ่งได้ยิงต่อสู้กับตำรวจอย่างดุเดือน และในที่สุดก็วิ่งหนีไปอย่างทุลักทุเล พอจวนตัวโดดลงพุ่งตะไคร้ แล้วหายตัวไปในพุ่มตะไคร้ไปโผล่ที่รูปูโน่นเป็นต้น  ทางการส่งคนไปไล่ติดตาม เห็นหลังอยู่ไว ๆ อยู่กลางทุ่งนาพอตำรวจสั่งกำลังพลล้อมวงเข้าไปกลับหายตัวกลางจอมปลวกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   และเรื่องเล่าที่เก่งกล้าสามารถอีกมากมายหลายประเด็นแต่ทั้งหมดนี้มิใช่สาระที่จะเข้าไปศึกษา และกล่าวอ้างถึงแต่อย่างใดและที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยเท่านั้น

ในวงการนักเลงและคนเล่นของ มักจะมีกฎกติกา หรือข้อห้ามไว้หลายอย่าง เพื่อเป็นเสมือนครูหรือเกราะคุ้มกันผู้ถือคาถาหรือของ (วัตถุมงคล) ไม่ให้เสื่อมคลายลงไป แต่ที่นิยมกันก็คือ  ๑. ไม่ล่วงละเมิดศีลข้อที่ ๓ คือ การประพฤติผิดในลูกเมียบุคคลอื่น แต่ถ้าจะมีก็มีเมียทีละคน และผู้หญิงต้องยินยอมด้วยก็ไม่มีปัญหา ความขลังของคาถายังไม่เสื่อม  ๒. ไม่ทำร้ายผู้หญิง หรือ ฆ่าผู้หญิง เขาว่าสะท้อนมาเข้าตัว คือไปทำร้ายเพศแม่ คนที่อ่อนแอกว่าไม่ได้  ๓. ไม่ห่างออกจากของขลัง เช่นตะกรุด หรือ เหรียญพระที่ถูกการปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์ ผู้ทรงวิทยาคมแก่กล้า  ๔. ให้ระวังผ้าถุง,ประจำเดือนของผู้หญิง,ของต่ำทั้งหลายบางคนถึงกับไม่ลอดเข้าไปใต้ถุนบ้าน หรือราวตากผ้าเลยก็มี เพราะสิ่งเหล่านี้คาถาอาคมจะเสื่อมง่ายและรวดเร็ว

ข้อห้ามทั้งหมดนี้ ถ้าเสือคนไหนไม่มีสัจจะแล้วทำการละเมิดก็จะมีอันเป็นไป ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสื่อมคลายของขลังจนถึงกับเสียชีวิตก็ได้ เพราะเมื่อตัวเองถือครูอาจารย์แล้วให้อาจารย์เสกคาถาให้  อาจารย์ทุกคนล้วนกำชับว่า ให้ใช้วิชาอาคมในทางที่ดี ช่วยเหลือชาวบ้าน หากผิดสัจจะก็จะมีภยันอันตรายถึงตัว และโดยมากลูกศิษย์ทุกคนจะตกลงรับปากรับคำกับอาจารย์ทั้งนั้น

แต่ผู้เขียนคิดว่า การที่รอดตัวมาได้บ่อยครั้งเป็นเพราะ  ๑. ความชำนาญในพื้นที่ รู้ทุกจุด ทั้งจุดเป็นจุดตาย จุดดับ จุดรอด รู้แม้กระทั่งทิศทางที่หนี แม้ทางการจะมีกำลังมากอย่างไรก็ตาม ด้วยความชำนาญนี้เอง จึงทำให้แคล้วคลาดมาตลอด  ๒. เลี้ยงลูกน้องไว้เยอะ รวมทั้งการมีภรรยาหลายคนหลายบ้าน ซึ่งจะคอยอำนวยความสะดวก และสร้างเครือข่ายในการหลบซ่อนตัวและหาทางหนีให้ไปในตัว จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจอะไร  ๓. การระวังตัว และเปลี่ยนที่หลับนอนตลอดเวลา มีทั้งการนำธูปมาจุดถ้าหมดดอกก้ลุกหนีไป หรือเมื่อคนมาถามว่า “ทัย” ไปไหน ลูกน้องหรือภรรยาจะตอบทิศทางตรงกันข้าไปเพื่อความปลอดภัย เช่น เสือทัยไปในตัวเมืองก็จะบอกว่าไปต่างอำเภอ ถ้าไปทิศใต้ก็จะบอกว่าไปทางทิศเหนือ เป็นต้น

เดือนเมษายน ๒๕๔๗ ที่ผ่านมาได้ไปเทศน์งานศพของลูกน้องคนหนึ่งของเสือทัย ผู้ใกล้ชิดเล่าว่าคนนี้แหละมือฆ่าหั่นศพเมื่อลูกพี่ตายมีคนบอกว่าให้บวชเสีย ถ้าไม่บวชแล้วมีทางไปทางเดียวเท่านั้นคือตาย ลูกน้องคนนี้กลัวมาก ท่านจึงบวชและตายในผ้าเหลืองด้วยวัย ๒๑ ปี

เมื่อเราเข้าไปศึกษาและสอบถามผู้คนในตำบลห้วยลานกับพบว่าเสือทัยหรือ กำนันอุทัย เป็นนักพัฒนาเป็นผู้นำท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และเป็นคนใจคอกว้างขวาง ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะปากหวาน อารมณ์ดี รูปร่างผู้ใหญ่  ด้วยบุคลิกดังกล่าว เสือทัยจึงเป็นที่หมายปอง หญิงนักข่าวท้องถิ่นคนหนึ่งเล่าว่า “เสือทัยตัวจริงนั้นเป็นคนเกรงใจเมียรักเมียมาก” ซึ่งพ้องกับภรรยาคนแรกของท่านเล่าว่า “ครั้งหนึ่งท่านโกรธจัดไล่ตบตีเสือทัยท่านก็ไม่ว่าอะไร และไม่ตอบโต้”

ชาวบ้านเล่าเป็นคนอัธยาศัยดี จะมีปืนติดเอวอยู่ตลอดเวลา เวลาวัดจัดงานสมโภชต่าง ๆ มักจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเพราะท่านคุมเอง ในอดีตทั้งตำบลมีอยู่ ๔ หมู่บ้าน จะสั่งเกณฑ์ชาวบ้านมาอยู่เวรหมู่ละ ๑๐ คน โดยหมุนเวียนกันไปและสร้างศาลาภายในบ้านพร้อมแจกปืนให้อยู่เวรคนละกระบอกเหล้ายาปลาปิ้งอยู่ได้ตลอดคืน ภายในตำบลเรื่องยาเสพติด,การลักวัวควาย,การปล้นฆ่า ไม่มี นอกจาก…ถ้าเกิดเหตุใดใดขึ้นผู้คนจะรู้กันดีว่าใครเป็นใคร

ถ้ามีเหตุการณ์วัวควายใครหาย ให้ไปหากำนันทัย จะใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น วัวควายที่หายไป จะมายืนเล็มหญ้าอยู่หน้าบ้านอย่างไม่มีรอยตำหนิและเหตุการณ์เกิดขึ้น จึงเป็นปริศนาว่า ใครคือ เสือทัย กันแน่ ซึ่งในเรื่องนี้ข้าพเจ้าได้ตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้  เสือทัย ได้สร้างความเจริญก้าวหน้า และพัฒนาในเขตตำบลของตนเองแต่ไปปล้นและทำร้ายคนในเขตตำบล อำเภอ จังหวัดอื่น

เมื่อมีลูกน้องมากมายหลายคน มีบางกลุ่มแตกแถวแอบอ้างชื่อเสือทัยออกปล้นฆ่า จึงทำให้เสือทัยมีศัตรูมากโดยไม่รู้ตัว  เสือใบ,เสือไทย ในเขตภาคกลางในยุคนั้นก็มีชื่อ และความโด่งดังมากพ้องตรงกัน จึงเกิดตำนานเสือทัย ขึ้นมา  ลูกน้องคนสนิทเสือทัยคนหนึ่งเล่าว่า “กำนันทัยนั้นเป็นคนดีมีอัธยาศัย แต่เสือทัยตัวจริงคือ ภรรยาของท่านที่ชื่อ “ไพร” ที่อยู่เบื้องหลังสั่งการทุกอย่าง เช่น สั่งให้ไปเอาวัวควาย จากบ้านนั้นบ้านนี้มา ฯลฯ”

เสือทัยเคยคัดค้านหลายครั้ง ไพรก็ตะครอกใส่ว่า “ไอ้เฒ่าจะไปรู้อะไรไม่ต้องกังวลเจ๊จะจัดการเอง” และผู้หญิงคนนี้เป็นคนเก่งจัดฉากได้ดี สามารถนำผู้ว่าราชการจังหวัดมารดน้ำดำหัวเสือทัยได้ ซึ่งปัจจุบัน ณ พ.ศ. ๒๕๔๗ นี้ “ไพร” ยังมีชีวิตอยู่ที่แม่สาย แต่อยู่ในสภาพที่น่าเศร้าสลด ไร้สติ เป็นคนวิตกจริต จะถือว่าเป็นกรรมหรืออะไรก็ไม่สามารถคาดเดาได้

จะด้วยเหตุผลใดใดก็แล้วแต่ ในที่สุดตำนานเสือทัย ก็จบในพ.ศ. ๒๕๑๘ เมื่อถูกกราดยิงพร้อมลูกน้องคนคุ้มกัน ๔ ศพ ในคราวหาเสียงเลือกตั้ง ส.จ. ในเขตอำเภอดอกคำใต้ ลูกน้องผู้รอดชีวิตและอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า กลุ่มที่เป็นอริ หรือผู้ถูกอิทธิพลของเสือทัยได้รวมตัวกันตั้งจุดสกัดยิงถึง ๒ จุดในระยะห่างกัน ๒๐ เมตร

กลุ่มแรกถล่มด้วยปืนอาร์พีจี และอาวุธหนักทุกชนิดเมื่อรถเสียหลักและจอดสนิท กลุ่มที่สองจะตามมายิงด้วยปืนเอ็ม ๑๖ และเข้ายิงซ้ำจนตาย ปรากฏว่าชุดแรกได้ยิงอาร์พีจี ทะลุกระจกเข้าไปถูกหน้าอกเสือทัย ลูกกระสุนไม่ระเบิดและลูกปืนที่ยิงกระหน่ำชุดที่สองก็ไม่ระคายผิว แต่ลูกน้องตายไปแล้ว ๔ คน

เมื่อชุดที่สองยิงถล่มอีกระลอกหนึ่งก็กรูกันเข้ามาเปิดประตู เห็นเสือทัยล้มลงมากองที่พื้นในลักษณะเอามือกุมอกเหมือนคนจุกเสียดอะไรประมาณนั้น กลุ่มคนดังกล่าวจึงเข้าทุบด้วยด้ามปืนจนเสียชีวิต หนึ่งในผู้รอดตายครั้งนั้นคือลูกชายเสือทัย เพราะพระที่คุ้มครองเสือทัยก่อนออกจากบ้าน ได้ถอดมอบให้ลูกชายไปแล้ว ภรรยาท่านคนหนึ่งเล่าว่า “ถ้าพระยังอยู่เสือทัยอาจไม่ตาย” พระนั้นชื่อว่าพระคง แต่ที่น่าเสียดายลูกชายคนดังกล่าวหลังจากได้พระดีไปแล้ว ได้นำพระจำนำเสียเพราะติดการพนันและได้ฆ่าตัวตายในอีกหลายปีต่อมา

การเข้าไปศึกษาครั้งนี้ ได้ไปสอบถามภรรยาและญาติของเสือทัยด้วย ซึ่งได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งหลายประการ ส่วนชื่อ – สกุล และครอบครัว ข้าพเจ้าขอปิดไว้เพราะบุคคลหลายคนยังมีชีวิตอยู่

พระคงที่ว่าคือพระคงลำพูนกรุวัดมหาวันครับเป็นพระสุดยอด ๑ ในเบญจภาคีของภาคเหนือครับ ”พระรอดยอดสูงส่ง อีกพระคงคงกระพัน พระลือชื่อลือลั่น เสน่ห์นั้นต้องพระบางพระเปิมช่วยเสริมสร้าง พระเลี่ยงล้างทางอัปรีย์ พระลบพบคนดีมีสุขศรีพระรอดหลวง จามเทวี ซุ้มเรือนแก้วให้คลาดแคล้วในปฐพีสูงค่าหา”

ขอขอบคุณ เครดิตที่มาเนื้อหาข้อมูลและภาพประกอบบทความ เป็นอย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้

จุดประสงค์เพื่อการศึกษาและเผยแพร่ตำนานพื้นบ้าน เสือทัย ให้แก่ทุกท่านได้ศึกษา

ใส่ความเห็น