ตระกรุดมหาจักรพรรตราธิราชหลวงพ่อย้อย

พิธีมหาจักรพรรตราธิราช จัดว่าเป็นมาหาพิธีกรรมที่สำคัญยิ่งที่รวมเอาพิธีกรรมที่สำคัญมาไว้ในมหาพิธีนี้ เช่นพิธีสวดพระปริตรนพเคราะห์ พิธีสวดภาณวาร พิธีสวดพุทธาภิเศก พิธีสวดทิพยมนต์ (สวดชัย) พิธีสวดพระคาถารัตนมาลา เป็นพิธีที่ได้ประกอบขึ้นในประเทศไทยนับแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ต้นฉบับเดิมเป็นของวัดประดู่โรงธรรม กรุงเก่า เป็นพิธีสำหรับประกอบขึ้นเพื่อสร้างพระยันต์วิเศษ “มหาจักรพรรตราธิราช” จารึกลงในแผ่นโลหะทำเป็นแผ่นตะกรุด ซึ่งประกอบขึ้นด้วยอำนาจ ของพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

พิธีนี้เมื่อจะประกอบขึ้นจำเป็นจะต้องอาราธนาพระสงฆ์ และพระเถราจารย์มาร่วมประกอบพิธีเป็นจำนวนมาก เป็นพิธีที่ถือกันว่าสำเร็จขึ้นจากอิทธิฤทธิ์ และบุญญฤทธิ์ของพระมาหาบุรุษที่ทรงอานุภาพบรรลุถึงสมบัติบรมจักรพรรดิที่แท้จริง นั่นก็คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระมหาสาวกเท่านั้น เพราะท่านสมบูรณ์พร้อมด้วยอริยทรัพย์ และโลกียทรัพย์ ฉะนั้นพิธีนี้เมื่อจะประกอบขึ้นจึงจำเป็นต้องนิมนต์พระคณาจารย์มาให้ได้ครบ ๑๐๘ องค์โดยสมมติให้เป็นพระวิปัสสิสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒๘ องค์ พระอสีติมหาสาวก ๘๐ องค์ รวม ๑๐๘ องค์ ด้วยกัน เพื่อจะร่วมประกอบพิธีนี้

นอกจากนั้นก็มีพระพิธีธรรมสำหรับสวดภาณวาร สวดพุทธาภิเศก สวดพระทิพยมนต์ และพระคณาจารย์สำหรับนั่งปรกบริกรรมจนกว่าจะสุดสิ้นพิธี เฉพาะพิธีมหาจักรพรรตราธิราชนี้ เท่าที่ทราบจากคำบอกเล่าของท่านเกจิอาจารย์ว่า เคยได้กระทำขึ้นแน่นอนครั้งหนึ่งสมัยกรุงศรีอยุธยา คือพระพรหมมุนี วัดปากน้ำประสพได้สร้างถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และในสมัยรัตนโกสินทร์นี้ ดูเหมือนจะได้กระทำขึ้นครั้งหนึ่งที่วัดประดู่โรงธรรม ในสมัยสมเด็จพระปิยะมหาราชรัชกาลที่ ๕ อันตะกรุดที่สร้างขึ้นด้วยพระยันต์มหาวิเศษ “มหาจักรพรรตราธิราช”

หลวงพ่อย้อยเป็นพระภิกษุผู้ทรงศีล บริสุทธิ์ ที่เจริญด้วยเมตตาอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้พบท่านมาแล้วคงจะได้เคยเห็นว่าเวลาท่านฉันอาหารไม่ว่าเช้าหรือเพล แทบจะกล่าวได้ว่าทุกเวลาที่ท่านฉันจะมี สุนัขและแมวล้อมรอบตัวท่านและสำรับกับข้าวของท่านจำนวนมาก ท่านไม่เคยไล่ให้หนีออกไปเลย ท่านฉันอาหารไป ท่านก็ให้อาหารสุนัขแมวไปด้วยทุกครั้ง ยุงที่กัดท่านก็ไม่เคยที่กัดท่านไม่เคยถูกไล่หรือตี มีลูกศิษย์จะตีให้ก็ไม่ยอมให้ตีบอกแต่เพียงว่าเขาอิ่มแล้วเขาก็ไป

คุณลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของท่านก็คือ ท่านไม่เคยขัดศรัทธาของผู้ที่ไปหาท่าน ต้องการให้ท่านทำ หรือช่วยอย่างไร ท่านทำให้ทุกอย่าง ท่านมีวิชาอาคมเวทย์มนต์คาถาแต่ใช้ในทางที่ถูกเท่านั้น ช่วยเหลือ,ป้องกันภัย ไม่ว่าจะลงกระหม่อม ทำน้ำมนต์อาบให้ หรือปลุกเสกเครื่องลางของขลังไว้ป้องกันตัวจากภัย อันตรายต่างๆ ที่ถูกผู้อื่นทำใส่ หรือที่เรียกว่า ”คุณไสย” ท่านเป็นทำให้ทั้งนั้น ไม่เคยขัดคำขอร้องของผู้ไปหาเลย อีกประการหนึ่งท่านมีประสาทหูเสีย (หูหนวก) จึงมีสมาธิดีกว่าปกติ เพราะไม่สามารถฟังเสียงรบกวนจากบริเวณใกล้เคียง

วัตถุมงคลชิ้นเอก ที่เจ้าคุณพระมหานายก(พระมหาฉลอง ชลิตกิจฺโจ) วัดบวรนิเวศ กรุงเทพมหานคร ลูกศิษย์ในสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังราชสกลมหาสังฆปริณายก

ตะกรุดมหาจักรพรรตราธิราช ทอง

ตะกรุดมหาจักรพรรตราธิราช ทองแดง

ตะกรุดมหาจักรพรรตราธิราช ฝาบาตร ทองเหลือง 

สมเด็จพระสังฆราชองค์อดีต  เล่าให้ฟังว่า ท่านสมเด็จพระญาณสังวร ทรงมีและเคยคาดตะกรุดหลวงพ่อย้อยที่เอวท่านประจำ ตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราช หรือที่ชาวบ้านเรียกสั้นๆว่า “ตะกรุดมหาจักรพรรดิ” นับได้ว่าเป็นของขลังชิ้นเอกของหลวงพ่อย้อย ปุญญมี  เพราะปรากฏพุทธานุภาพมากมาย เปรียบประดุจแก้วสารพัดนึกทีเดียว  บรรดาผู้ที่มีตะกรุดชนิดนี้ติดตัว ได้เคยเจอประสบการณ์อภินิหารมากมายแตกต่างกันไป

หลวงพ่อย้อยท่านทำตระกรุดชนิดนี้  เฉพาะวันพฤหัสข้างขึ้นเท่านั้น ซึ่งหนึ่งเดือนท่านทำได้ ๒ ครั้งๆละไม่กี่ดอก โดยทำในพระอุโบสถ์หลังเก่า วัดอัมพวัน ซึ่งจัดให้มีใบศรีครบเครื่องบริบูรณ์  ถูกต้องตามพิธีไสยศาสตร์ วัสดุที่ใช้ซึ่งจะเป็นทองคำ นาค เงิน ทองแดง หรือทองเหลือง นำมาตัดเป็นรูปจตุรัส มีความยาวประมาณ ๔ นิ้วเศษ  ตีเส้นตารางบนแผ่นโลหะ แล้วลงอักขระขอมตามลำดับแบบการเดินของม้าหมากรุกโบราณของไทย ลงให้ได้ครบ ๒๑๖ ช่องโดยไม่ให้ผิด จึงจะเป็นมหาจักรพรรตราธิราช ลงจารกว่าจะได้อักขระแต่ละตัว  อักขระเพียงตัวเดียว  ต้องเรียกสูตรกี่คาถา ลงจาร ๒๑๖ ตัว  เรียกสูตรกี่คาถา ฝากท่านผู้รู้พิจารณาดู ถ้าลงผิดหรือลงไม่ครบ ๒๑๖ อักขระจะใช้ไม่ได้ ก็ไม่เรียกเป็น “มหาจักรพรรตราธิราช”

เมื่อลงเสร็จจะนำมาปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อท่านพิจารณาว่าใช้ได้แล้วจึงนำออกแจกลูกศิษย์ได้ ท่านพิถีพิถันกับการทำตระกรุดมาก   ก่อนหน้าที่ท่านทำตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราชนี้ ทั่วประเทศไทยดูเหมือนจะมีหลวงพ่อย้อย ปุญญมี เพียงองค์เดียว ที่ทำตระกรุดมหาจักรพรรตราธิราชได้   เพราะเคยปรากฏว่ามีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้เคยทำ   ปรากฎว่าลงได้เพียง ๑๐๘ อักขระ คือครึ่งเดียว ซึ่งไม่เรียก “มหาจักรพรรตราธิราช”

ท่านสร้างตลอดเรื่อยมา มาหยุดทำเมื่อปี ๒๕๒๑ เนื่องจากการทำตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราชใช้พลังมากเสมอๆ หลังจากวันที่ท่านทำตะกรุดท่านจะอ่อนเพลียทุกครั้ง จนบางครั้งไข้ขึ้นเสมอๆ ดังนั้นตะกรุดนี้จึงเป็นของที่ทำยากมากๆ ดังที่ท่านพูดเสมอๆว่า “เก็บรักษาให้ดีนะ  มันทำยาก” หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน

ขอบคุณที่มาภาพเพจ บอกเล่าประสบการณ์ วัตถุมงคล หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน เสาไห้ 

บทความนี้เผยเเพร่เพื่อการศึกษาพระเกจิครูอาจารย์

ใส่ความเห็น