วิชาชาตรีเก้าเฮคุ้มเทวา

ครูเฒ่ากบิลพัสตร์ บรมครูในวิชาชาตรี ทางพระเวทย์ ให้ผลในทางคุ้มครองป้องกันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในเรื่องโชคลาภท่านมาโปรดแก่ผู้บูชาเสมอ ตามประวัติกล่าวว่า ครูเฒ่ากบิลพัสตร์ และ ครูเฒ่าสิงหล บรมครูวิชาชาตรี (หินเบา) ท่านเป็นพี่น้องกัน สำเร็จวิชาชาตรี

หลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ

การครอบวิชาชาตรี ของวัดคลองมอญ เป็นที่กล่าวขวัญกันมากในหมู่คนชอบเล่นวิชา ครอบได้ดุเดือดทีเดียว เหรียญนี้ครูเฒ่าทั้งสองท่านได้ลงมาเสกด้วยตัวท่านเองโดยผ่านครูธรรม และหลวงพ่อเสกเดี่ยวอีกครั้งก่อนแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ มีีประสบการณ์มากมายในเรื่องบู๊ๆ ใครชอบเรื่องเหนียวๆละก็ เหรียญนี้ไว้วางใจใส่เดี่ยวสบายมาก รวมถึงเรื่อง กันกระทำยำยี กันคูณผี คุณคน เชื่อขนมกินได้เลย เหรียณนี้เป็นเหรียญรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ตามภาพ

วิชาชาตรีหรือวิชาหินทุ่ม ดั่งเดิมวิชาเป็นของแขก แผ่นจารึกวิชานี้ได้ตกทอดมายังมีอยู่ที่เมืองสิงหล คงกระพันจะพันไม่เข้าเฉยๆ(แต่ช้ำใน) แต่วิชาชาตรีจะตีไม่เจ็บทนกระบอง ในเมืองไทยก็มีหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติท่านก็เรียนมา แต่ในสายหลวงพ่อมหาโพธิ์เรียนมาจากฆาราวาส(คนละสายกัน) ตอนท่านอยู่ได้มีการลงเก้าเฮ คือลงเสร็จก็ทุ่มหินใส่ตรงนั้นเลย พอชักยันต์เสร็จแล้วก็เอาหินทุ่มใส่หลังกันจะๆไปเลย แต่ก็ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร

วิชาชาตรีเก้าเฮ  “ต้นตำหรับวิชาคือ เปาะอินดาซามา เป็นอิสลามแต่ภายหลังเลื่อมใสพระพุทธศาสนาจึงบวชพระท่านเป็นเพื่อนกลับหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ จึงแรกเปลี่ยนวิชากันไว้ต่อมาท่านได้สอนให้หลานชายของท่านชื่อ โตมร บุญนาค และอาจารย์ท่านนี้ได้มีลูกศิษย์มากมายแต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่สมุทรปราการ เช่น อาจารย์ น้อม วัดแพรกสา อาจารย์ ทอง วัดทองคง อาจารย์เขียว วัดแพรกสา และอีกหลายท่าน ต่อมาท่านอาจารย์ โตมร ท่านได้รับลูกบุญธรรมและได้สอนวิชาให้ลูกบุญธรรมจนหมด (ไม่สามารถบอกชื่อได้)ท่านไม่อนุญาต ผมเรียนจากอาจารย์ท่านนีประสบการณ์จากที่เรียนมา ต้องขึ้นครู ครั้งแรกต้องเรียนสองคน และอาจารย์ท่านจะเรียกให้ก่อนโดยเรียกกลับน้ำมันใช้น้ำมันรูปตัวแล้วเสกให้เข้าตัวลูกศิษย์แล้วท่านจะสอนวิธี เรียกมนต์พาขึ้น จะมีสองแบบ อย่างที่หนึ่งเป็นชาตรี อย่างที่สองเป็นคงทน ต้องทำสองอย่างเพราะกันโดนคัดของออก พอสำเร็จแล้วท่านจะเอาของหนักทุ่มหัวจะเบาเหมือนโฟม แต่ถ้าโดนของเบาจะหนักเหมือนหิน จึงต้องเสกคงทนคู่กัน ”

“ เรื่องชาตรีเก้าเฮนี้ ก็มีการกล่าวขานไว้หลายตำนาน แต่ที่คนมักเข้าใจว่าเป็นวิชาของทางอิสลาม นั้น ผมได้เคยสอบทวนกับทางอาจารย์ทางอิสลามหลายท่านที่เคยไปขอเรียนวิชาทางอิสลาม การทำยิ่นขาว การเรียกโร๊ะท่านก็รับว่าไม่มี ไม่ใช่ และเคยได้รับการยืนยันจากท่านอาจารย์ฮวด ลูกศิษย์ท่านหลวงพ่อแช่มวัดตาก้อง ท่านยืนยันว่า หลวงพ่อแช่มท่านว่า เป็นคาถาสำหรับให้บูชาเชิญพระหนุมานครับ ที่ศาลพระหนุมานจะมีกลองไว้ให้ตีเวลามีความทุกข์ร้อนก็จะมีการไปตีให้ท่านช่วยโดยมีการสรรเสริญพระคาถานี้แต่สำเนียงเพี๊ยนไปตามเวลากับภูมิภาค   ส่วนทางสายท่านอาจารย์มหาโพธิ์ วัดคลองมอญ ลูกศิษย์ท่านพระครูใบฎีกายัง ลูกศิษย์หหลวงปู่ศุข ท่านว่า เป็นคาถาที่แต่ง หรือเป็นของท่านปู่กบิลพัท ครับมีรูปเป็นเหมือนโยคีมีหนวดถีอไม้เท้า ”

คาถาชาตรีเก้าเฮ ” เฮกังกิง บาตุรง เกร๊อะกร่าว กร่าว บาตุกูรงงัน ดิวรูบาตูกระตุนตง บาฮง บาตุรงงัน บิสนาใบภูเตเฮ ซิมเต็นใบต๊ก ภูเตเฮ ปะดาอากัง ยาหุง อาปันนาเฮ บิสสะเนอะซันยัง กะตะอะลา ปะเฮมา ด๊ะ ด๊ะ ตานะ ดุนรุนรา อาดู ดูโดรารัม อาราริงริง บาตุรังกะเนนา บาตูกะตากะเฮ บาตุโกสะนิตตะฮัง โกปะดาอากูสัปปติสุมังมะเดนัง โกปะดาอากูสัปปติลุลิละมา โกปะดาอากูสัปปติลิเล็น เฮ กะสังกะริโบย ตะระฮังโกปะดาอากู ดาดเรียดู เนียซำใบ อักขะรัตเฮ ลา สัปปติดีงงัน บังเก็ตโก ประสิยานวง ผวรรคแกแปดเฮ ชักยันต์เพื่อชาตรี  เฮดีดี กูรง อากูกะปูรง เกาสะเนีย สะระอากูเกาสะนี ดีดี ดาราลำ คกคะระอะอึตึ (วรรคสอง เฮที่เก้า ครับ)

ใช้ชักยันต์ท่อนที่สอง และไว้ใช้ชักยันต์เวลาถูกตีทำให้ขัดยอก จึงใช้เฮนี้ชักแก้ครับ อย่างไรก็ตามในคาถาเก้าเฮนี้ มีถ้อยคาถาแปลกแตกต่างกันไปบ้างครับ อย่างว่าครับท่องกันต่อ ๆมาก็เพี๊ยนไปบ้างตกไปบ้าง ก็คงต้องว่าของใครไปแล้วกัน แต่เฮทางอื่นคือเฮที่เก้านั้น ต่างไปอีกครับ ทางท่านอาจารยืมหาโพธิ์ ท่านไม่เป็นเฮดีดีกูรงครับ ท่านเป็นเฮมาลังกา แทน ตามที่ว่าละครับแต่ละสำนัก วิชาเก่าเฮนี้ เดิม ๆเราเรียกอีกชื่อว่าชาตรีหินทุ่ม หรือชาตรีหินเบาครับ การครอบอาจารย์จะทำน้ำมนต์แล้วใหห้ศิษญ์กิน ๆครั้งหนึ่งลูกศิษย์ชักยันต์หนึ่งครั้ง อาจารย์ก็จะเอาหินทุ่ม หรือทุบลูกศิษย์ ครับ ทำทั้งสิ้นสามครั้งเป็นอันเสร็จการครอบชาตรีครับ ที่นี้ทำไมจึงเรียกว่าหินทุ่ม หรือหินเบา ก็ชวนให้คิดครับ เมื่อตอนท่านหนุมานทำการจองถนนถมหินลงทะเลข้ามไปกรุงลงกาครับ เขาว่านะครับผมไมได้ไปร่วมซะหน่อย โกหกตกนรกเชียว ว่าต่อ ท่านหนุมานได้สรรเสริญพระราม ชัยศรีราม ใช่ป่าวไม่รู้ พอทุ่มหินลงน้ำปรากฏว่าหินเบาลอยนำได้ จึงทำการจองถนนเข้าลงกาได้ หหารช่างงงตาย เรื่องเล่าตอนนี้กระมัง เลยมีที่กล่าวว่า ชาตรีหินทุ่ม หรือชาตรีหินเบา เสกของหนักให้เบาได้ ท่านพ่อขัน วัดนกกระจาบถึงกับเสกแชลงโยนลงน้ำให้ลูกศิษย์ดู ลอยน้ำได้ การชักยยันต์นี้ทำเป็นสองเวลานะครับ เช้าพระอาทิตย์ขึ้น เย็นพระอาทิตย์ตก การชักต้องเปลื้องผ้าหมดเพื่อการชักยันต์จะไม่สะดุดครับ

สรุปความในเบื้องต้น  1.คาถานี้ไม่ใช่คาถาของอิสลาม ซึ่งพิจารณาดูก็น่าเชื่อว่าไม่ใช่ภาษาอาหรับหรือเปอร์เซีย เพราะมนต์ของอิสลามแท้ๆ ต้องออกนามพระนบี  2. คำว่าเฮตัวนี้อาจจะมาจากคำสรรเสริญพระหนุมานทางฮินดูว่า เจ หนุมาน คำว่าเจ ต่อมาเข้ามาในไทยน่าจะเพี้ยนมาเป็นเฮ แต่ผมดูแล้วก็ไม่ใช่ภาษาตระกูลบาลีสันสกฤตหรือฮินดีที่ใช้ในอินเดียทุกวันนี้ แต่อาจเป็นภาษาใดภาษาหนึ่งในอินเดียได้ (ภาษาในอินเดียมีร้อยกว่าภาษา) อันนี้เป็นสมมติฐานไว้ก่อน  3.สายวัดมะขามเฒ่ามีเก้าเฮด้วย ท่านมหาโพธิ์เรียนมาจากพระอาจารย์บุญยัง หรือจากไหน อันนี้ผมไม่เคยทราบมาก่อน เป็นข้อมูลใหม่ครับ ไม่ทราบหลวงพ่อโพธิ์ได้มาจากพระครูเฒ่ากบิลพัสหรือจากพระอาจารย์ยัง เพราะวิชานี้ไม่ปรากฏอยู่ในตำราของสายวัดมะขามเฒ่า  4.สายหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง อ้างถึงท่านอาจารย์ฮวดเล่าว่า เป็นบทเชิญพระหนุมาณ ที่ศาลพระหนุมาณ ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด

กราบขอบพระคุณที่มา www.wisonin.com

จุดประสงค์เผยแพร่เพื่อการศึกษาอนุรักษ์เชิงประวัติศาสตร์

ใส่ความเห็น