5 พระอรหันต์ที่มีชีวิตอยู่

องค์ที่ 1 หลวงปู่กาแก้ว หลวงปู่กาแก้วเกิดเมื่อพ.ศ.1327พ่อชื่อทับแม่ชื่อนกเกิดที่เมืองเลย ต่อมาอยู่ที่เมืองอีสานหลายจังหวัดเมื่อเด็กๆเขาเรียกชื่อว่าแกละโตขึ้นมาเขาเรียกชื่อว่าแก้วหลวงปู่กาแก้วบวชเมื่อพ.ศ.1362อายุได้35ปี เหตุที่บวชเพราะรู้ธรรม2ข้อคือ 1.ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว 2.เกิดแก่เจ็บตายเป็นของไม่เที่ยงบวชมาได้5ปี ได้บรรลุธรรมขั้น1โสดาบันอยู่มา2ปีได้บรรลุธรรมขั้น2สกิทาคามีอยู่มา15ปีได้บรรลุธรรมขั้น3อนาคามีและอยู่วัดต่อมา15ปี จึงออกธุดงค์เดินป่าไปทั่วเหนืออีสานใต้ธุดงค์ได้ 8 ปี ได้บรรลุธรรมขั้น 4 ได้เป็นพระอรหันต์อายุได้ 80 ปี ตรงกับ พ.ศ. 1407

หลวงปู่กาแก้วเมื่อสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วก็ออกเดินป่าสั่งสอนโปรดชาวบ้านในเมืองเหนืออีสานใต้ ในนามพระธุดงค์องค์หนึ่งโดยไม่มีใครทราบว่าเป็นพระเถระหรือพระอรหันต์ หลวงปู่กาแก้วพักอาศัยอยู่ที่ป่าหิมะพานเมืองเลย หลวงปู่มีชีวิตอมตะ นับถึงวันนี้ตอนที่เเฟนเพจได้อ่านโพสนี้ท่านก็ยังม๊ชีวิตอยู่ หลวงปู่กาแก้วมีอายุ1,231ปี บัดนี้ยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่กาแก้วเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้พระครูเทพโลกอุดรและหลวงปู่โพรงโพธิ์ซึ่งตอนนั้นหลวงปู่กาแก้วเป็นพระอรหันต์อยู่แล้ว หลวงปู่กาแก้วเป็นผู้นำพระบรมธาตุพระเต้านมของพระพุทธเจ้าจากเมืองลังกามาสร้างที่นครพนมเรียกชื่อว่า พระบรมธาตุพนมเจ้าก่อแก้วเป็นผู้สร้าง สร้างเมื่อพ.ศ.1664 นับถึงพ.ศ.2558พระบรมธาตุพนมสร้างมาเป็นเวลา894ปี

องค์ที่ 2 พ่อท่านแก้ว (หลวงปู่แก้ว) ผู้สร้างพระศรีมหาธาตุคินตะเมืองคินยองวัดลำเจียกหรือพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราชปัจจุบันคือ พ่อท่านแก้วพ่อท่านแก้วเกิดวันศุกร์ขึ้น14ค่ำ เดือน6ปีระกา ตรงกับพ.ศ.1431เป็นคนชนชาติคินยองอายุได้16ปี บวชเณรอายุ18ปี เณรแก้วได้บรรลุธรรมขั้น1โสดาบันจึงได้เป็นพระภิกษุสงฆ์เมื่ออายุได้18ปี เรียกกันทั่วไปว่าพระแก้วหรือต้นแก้วเมื่อพ.ศ.1449ตรงกับวันขึ้น15ค่ำเดือน6ปีระกา

พระแก้วตั้งวัดใหม่ที่ชายทะเลหาดทรายขาวหรือหาดทรายแก้วชื่อว่าวัดลำเจียกตั้งวัดมาได้2ปี พ่อท่านแก้วได้บรรลุธรรมขั้น2สกิทาคามีเมื่อพ.ศ.1451 อยู่มา8ปีพ่อท่านแก้วได้บรรลุธรรมขั้น3อนาคามีเมื่อพ.ศ.1459พ.ศ.1462ขึ้น15 ค่ำเดือน6ปีจอ พ่อท่านแก้วเดินทางไปเมืองลังกากับเรือสินค้าเพื่อนชาวจีนเพื่อขอพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าจากเมืองลังกามาสร้างที่วัดลำเจียกเมืองคินยองพ.ศ.1466 พ่อท่านแก้วเริ่มสร้างพระบรมธาตุเจดีย์เมืองคินยองพระบรมธาตุเจดีย์เมืองคินยองเป็นพระบรมธาตุสิรัฐิกับพระมังสาพระเศียร จึงสร้างพระบรมธาตุเจดีย์เป็นรูปทรงพระเศียร มีพระปิ่นเกศทองคำ

พระศรีมหาธาตุคินตะใช้เวลาก่อสร้าง2ปีเต็ม เสร็จเมื่อขึ้น15ค่ำเดือน8ปีเถาะ ตรงกับพ.ศ.1468 พ่อท่านแก้วจัดงานสมโภช7วัน7คืน และต่อมาจัดงานสมโภชพระบรมธาตุ7ปีต่อ1ครั้ง ในวันขึ้น15ค่ำเดือน8 สร้างพระบรมธาตุเจดีย์เสร็จ อยู่มา2ปีตรงกับพ.ศ.1470 พ่อท่านแก้วได้บรรลุธรรมขั้น4เป็นพระอรหันต์มีชีวิตอมตะและอยู่ดูแลพระบรมธาตุเจดีย์ตลอดกาลนับถึงพ.ศ.2558พ่อท่านแก้วมีอายุได้1,127ปีบัดนี้ยังมีชีวิตอยู่

องค์ที่ 3 พระครูเทพโลกอุดร พระครูเทพโลกอุดรเป็นชื่อสมญานามโลกอุดรมาจกคำว่าโลกุตระแปลว่าคนเหนือโลก พระครูเทพโลกอุดรพ่อชื่อคำแม่ชื่อกบ เมื่อเด็กๆชื่อแจ๊คเกิดเมื่อพ.ศ.1569เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เขาเรียกชื่อว่าคง เป็นคนเมืองเหนือ เมื่ออายุได้34ปีตรงกับพ.ศ.1603 บวชเป็นพระชื่อว่าหลวงพ่อคง เหตุที่บวชเพราะได้มองเห็นธรรมข้อหนึ่งคือ สว่าง สะอาด สงบ พระครูเทพโลกอุดรบวชที่วัดพระแก้วมรกตในภาคอีสาน มีหลวงปู่กาแก้วเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้และวัดนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดเกาะหลัก เพราะวัดนี้มีเสาหินเป็นหลัก บวชมาได้2พรรษาหลวงพ่อคงได้บรรลุธรรมขั้น1โสดาบันอยู่มา3พรรษาได้บรรลุธรรมขั้น2สกิทาคามีอยู่มา5พรรษาได้บรรลุธรรมขั้น3อนาคามีอยู่มา10พรรษา

หลวงพ่อคงออกธุดงค์เดินป่าพักกลางป่าเหนืออีสานใต้ จนอายุได้85ปีตรงกับพ.ศ.1654 หลวงพ่อคงได้บรรลุธรรมขั้น 4เป็นพระอรหันต์มีชีวิตอมตะอยู่เหนือโลก พระครูเทพโลกอุดรอยู่ประจำเมืองเหนือและยังมีชีวิตอยู่นับถึงวันนี้ พ.ศ. 2548 พระครูเทพโลกอุดรมีอายุได้989ปี พระครูเทพโลกอุดรยังสั่งสอนโปรดชาวบ้านอยู่ทางเหนืออีสานใต้ โดยไม่ปรากฏนามส่วนมากเรียกตามชื่อที่พบเห็นเช่นพระคำแพง พระโพรงโพธิ์ หลวงปู่ใหญ่ หลวงปู่ดำและอื่นๆอีกมากมาย เครื่องบูชาพระครูเทพโลกอุดรคือดอกมะลิสด1ช่อ เทียนขาว2เล่ม ธูปหอม5ดอก หลวงปู่กาแก้วพระอุปัชฌาย์ผู้บวชพระครูเทพโลกอุดรเป็นพระอรหันต์มีชีวิตอมตะ พระครูเทพโลกอุดรยังเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าด้วย

องค์ที่ 4 หลวงปู่โพรงโพธิ์ ที่เรียกชื่อนี้เพราะผู้พบเห็นได้เห็นหลวงปู่อาศัยอยู่ที่โพรงต้นไม้โพธิ์จึงเรียกว่าหลวงปู่ โพรงโพธิ์ ภาษาเหนือเรียกว่าโพงโพธิ์ภาษากลางเรียกว่าโพรงโพธิ์ หลวงปู่โพรงโพธิ์บิดาชื่อว่าพ่อคำแม่ชื่อว่าแม่แก้ว หลวงปู่เดิมชื่อกาบเกิดเมื่อพ.ศ.1764 ก่อนบวชเป็นนักแสวงบุญหลวงปู่บวชเมื่ออายุได้45ปีซึ่งตรงกับพ.ศ. 1809 เหตุที่บวชเพราะได้พิจารณาเห็นว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของไม่เที่ยง หลวงปู่บวชที่วัดแก้วศาริกาซึ่งอยู่ในป่าเมืองเหนือบัดนี้วัดนี้ไม่มีพระสงฆ์แล้ว พระอุปัชฌาย์ที่บวชให้หลวงปู่โพรงโพธิ์คือหลวงปู่กาแก้วซึ่งเป็นพระอรหันต์ ปัจจุบันอยู่ที่ป่าหิมะพานเมืองเลยและยังมีชีวิตอยู่

หลวงปู่บวชได้2 ปีได้บรรลุธรรมขั้น1โสดาบันอยู่มา5ปีได้บรรลุธรรมขั้น2สกิทาคามีอยู่มา2ปีได้บรรลุธรรมขั้น 3 อนาคามี อยู่วัดต่อมา3ปีจึงออกธุดงค์ในป่าเมืองเหนือธุดงค์อยู่ได้ ปีได้บรรลุธรรมขั้น4เป็นพระอรหันต์ตรงกับพ.ศ. 1829นับอายุได้65ปี หลวงปู่โพรงโพธิ์ได้บรรลุธรรมขั้น4เป็นพระอรหันต์เมื่ออายุได้ 65 ปี ออกเผยแพร่ศาสนาสอนชาวบ้านในเมืองเหนืออีสานใต้และที่อื่นทั่วทิศในนามพระธุดงค์องค์หนึ่ง มีรูปร่างผอมสูงโดยไม่มีใครทราบว่าเป็นพระเถระหรือไม่ แล้วหลวงปู่จะไปพักอาศัยอยู่ที่โพรงต้นโพธิ์ในป่าเขาแก้วเมืองเชียงตุงนับถึงพ.ศ. 2558หลวงปู่โพรงโพธิ์มีอายุได้794ปีและยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่มีชีวิตอมตะหลวงปู่โพรงโพธิ์ยังเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ศุขวัดปากครองมะขามเฒ่า

องค์ที่ 5 พระแก้วมรกต พระแก้วมรกตเหตุที่ชาวบ้านเรียกชื่อนี้เพราะเดิมชื่อแก้วผิวดำใสเหมือนแก้วชาวบ้านจึงเรียกว่าพระแก้วมรกตพระแก้วมรกตเกิดเมื่อพ.ศ.2369ที่เมืองเหนือสุดพ่อชื่อเต้งแม่ชื่อแบงมีพี่น้อง2คนเป็นผู้ชายทั้ง 2คน พระแก้วมรกตเป็นพี่ชื่อแก้วน้องชื่อแตง จากเมืองเหนือพ่อแม่ไปอยู่เมืองเลยแล้วไปอยู่ที่บ้านแครงเมืองพะเยา พ่อแม่พาชายแก้วไปฝากวัดให้อยู่กับหลวงพ่อแก้ววัดรามแก้วเมืองพะเยา

บัดนี้วัดนี้ยังมีอยู่ชายแก้วอยู่วัดอายุได้20ปี หลวงพ่อแก้วเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้เหตุที่บวชเพราะเลื่อมใสในพุทธศาสนา พระแก้วอายุได้30ปี ได้บรรลุธรรมขั้น1โสดาบันอยู่มาอายุได้35ปีได้บรรลุธรรมขั้น2สกิทาคามี อยู่มาอายุได้45ปีได้บรรลุธรรมขั้น3อนาคามี อยู่วัดต่อมาจนอายุได้50ปี จึงออกบิณฑบาตแสวงบุญเดินป่าพักแรมกลางป่าจนอายุได้58ปี พระแก้วมรกตได้บรรลุธรรมขั้น4ที่กลางป่าเมืองพะเยาเมื่อวันเพ็ญเดือน12ตรงกับพ.ศ.2496ได้เป็นพระอรหันต์ เมื่อได้เป็นพระอรหันต์แล้วรู้สึกว่าทุกอย่างหมดไปนึกสิ่งใดได้สิ่งนั้น

พระแก้วมรกตได้บรรลุธรรมขั้น4เป็นพระอรหันต์ เมื่ออายุได้58ปีและได้ออกสั่งสอนชาวบ้านเหนืออีสานใต้และทุกทิศในนามพระผู้สูงอายุองค์หนึ่งหน้าตาปกติ ไม่มีใครทราบว่าชื่ออะไรอายุเท่าไรเป็นพระเถระหรือไม่ พระแก้วมรกตสั่งสอนชาวบ้านแล้วจะกลับไปพักอาศัยอยู่ที่ป่าหิมะพานเมืองพะเยาและจะพักประจำอยู่เมืองนี้นับถึงพ.ศ.2558นับอายุได้189ปี มีชีวิตอมตะพระแก้วมรกตบอกว่า พ.ศ.2600พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่จะออกมาสั่งสอนชาวบ้านให้เห็นความจริงของศาสนาพุทธและมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาตอนนั้นจะมีพระอรหันต์เพิ่มขึ้นถึง100องค์

พระแก้วมรกตที่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของไทยสร้างที่เมืองหลวงของลาว ผู้สร้างคือพระศรีเจ้าลาวเจ้าเมืองลาว สร้างด้วยหินแก้ว บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าพระมังสะสมองในพระเกศพระแก้วมรกต สร้างเมื่อ พ.ศ.1250นับถึงพ.ศ.2558อายุได้1,308ปี ต่อมาพระศรีเจ้าลาวผู้สร้างพระแก้วมรกตได้ออกบวชได้เป็นพระอรหันต์ ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว พระอรหันต์ทุกองค์เป็นผู้สำเร็จอริยะธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้หมด สามารถแบ่งองค์ได้ 84,000องค์ เท่ากับคำสอนของพระพุทธเจ้า84,000ธรรมขันธ์ พระอรหันต์ทุกองค์ไปได้ทุกแห่งทุกที่ในเวลาเดียวกัน ท่านใดต้องการพบพระอรหันต์ ถ้าท่านมีบุญบารมีมีความศรัทธาที่แท้ ท่านอาจจะได้พบสมตามความปรารถนาในทุกที่ทุกเวลา

เเค่มีศีลห้าก็เท่ากับว่าท่านพบพระอรหันต์เเล้วละค่ะ  พระคาถาพระเจ้า5องค์  “นะ โม พุท ธา ยะ”  เมื่อพบอันตรายให้ภาวนาเเล้วตั้งจิตให้มั่นเเล้วจะเเคล้วคลาดจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง

เรียบเรียง #พรานหญิง บทความที่กล่าวมาข้างต้น เผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นธรรมทานในศรัทธาความเชื่อและเป็นข้อคิดสอนใจ

ใส่ความเห็น