เผยเทคนิคการท่องคาถาให้เกิดผลจริงแบบง่าย ๆ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ เผยเทคนิคการท่องคาถาให้เกิดผลจริงแบบง่าย ๆ  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

เทคนิคที่ว่าคือ ให้กลั้นใจแล้วท่องคาถาในขณะที่กลั้นใจนั้นแหละครับได้ผลชัวร์ ส่วนจะได้มากน้อยก็อยู่ที่ว่า ในขณะที่กลั้นใจนั้นสมาธิของคุณนิ่งแค่ไหน แต่ที่แน่ๆคือ ในขณะที่คุณกลั้นใจนั้นจิตคุณนิ่งเป็นสมาธิแน่นอนแต่จะอยู่ที่ระดับไหนเท่านั้นเอง ขอยกคำสอนของพระอาจารย์ที่ท่านได้เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้มาให้อ่านกันนะครับ ท่านบอกไว้ดังนี้ครับ“ในเรื่องของคาถาถ้าจะว่าไปแล้ว นักปฏิบัติธรรมทุกคนควรจะซักซ้อมการใช้พระคาถาต่างๆไว้เพราะว่าเรื่องของคาถาให้ผลง่ายแค่อารมณ์ใจของเราสูงกว่าอุปจารสมาธินิดหนึ่งก็เริ่มให้ผลแล้วเขาเรียกว่า อุปจารฌานคืออารมณ์ใจเริ่มทรงตัวแน่วแน่ ตอนนั้นความฟุ้งซ่านไม่มีจิตก็เริ่มมีกำลัง

ดังนั้นจะเห็นว่าถ้าจะใช้คาถาแบบโบราณ ๆ คาถาหลายบทท่านให้กลั้นใจว่า อย่างเช่นกลั้นใจว่า๓จบ๗จบ ๙จบ ตอนที่เรากลั้นใจจิตจะนิ่งไม่นิ่งก็ไม่ได้เพราะจะตายอยู่แล้วเนื่องจากไม่หายใจ พอจิตนิ่งก็จะเกิดพลังขึ้นมา ถ้าเราทำคาถาใดคาถาหนึ่งแล้วเกิดผลเราจะเกิดความมั่นใจ พอเกิดความมั่นใจก็เอากำลังระดับนั้นไปใช้กับคาถาทุกบทจะได้ผลเหมือนกันหมด แต่คราวนี้คาถาที่ได้ผลนั้นเกิดจาก๒สาเหตุ อาตมาค่อนข้างจะค้นคว้ามาเยอะ สมัยก่อนหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านหลอกให้ทำโน่นทำนี่ บทโน้นก็ดีลูก บทนี้ก็ดีลูก ว่าไปเรื่อย แล้วก็ไปรายงานท่านเวลาทำได้ผลแล้ว คาถาที่ได้ผลเกิดจาก๒สาเหตุ สาเหตุแรก จิตเรานิ่งพอ สมาธิทรงตัวพอเกิดผล แต่ว่าเกิดในระดับหนึ่งเท่านั้นไม่เต็มที่คาถาจะเกิดผลอย่างเต็มที่ต้องเข้าใจแตกฉานในตัวคาถานั้นด้วย

ถ้าใครเคยอ่านประวัติหลวงปู่ปาน หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกไว้ว่าท่านโดนผีกดมือไว้ กดมือซ้าย พอเอื้อมมือขวาไปหยิบหวาย ผีก็กดมือขวาไว้ เป่าคาถาใส่ผีก็บอกว่า “กูไม่กลัว มึงท่องได้ครึ่งเดียว” ท้ายสุดหลวงพ่อท่านบอกว่าไม่มีที่พึ่งแล้ว มานึกขึ้นได้ว่า ๓ โลกนี้ไม่มีใครเหนือกว่าพระพุทธเจ้าอีกแล้ว ในเมื่อไม่มีใครเหนือกว่าพระพุทธเจ้าอีกแล้ว ผีก็ไม่มีทางเหนือที่จะกว่าพระพุทธเจ้าได้ เพราะฉะนั้นเราขอพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แล้วท่านก็ว่า“พุทโธ”เป่าทีเดียวผีหกคะเมนไปเลย

นั่นคือการที่เข้าถึงเข้าใจในตัวคาถาจริงๆทำให้กำลังสมาธิทั้งหมด เกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นและความเคารพอย่างแท้จริงถ้าใครสามารถทำถึงตรงจุดนี้ได้ คาถาทุกบทนอกจากจะได้ผลแล้วยังได้ผลอย่างมหาศาลอีกด้วย”

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply