ประสบการณ์ปาฏิหาริย์ความศักดิ์สิทธิ์ “หลวงพ่อทบวัด ชนแดน”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ประสบการณ์ปาฏิหาริย์ความศักดิ์สิทธิ์ “หลวงพ่อทบวัด ชนแดน” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

เรื่องเล่าประสบการณ์ความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อทบ วัดชนแดน เรื่องนี้มีด้วยกันสองตอนตอนแรกเหตุเกิดกับหลวงพ่อทบตอนที่สองเหตุเกิดกับตัวผมเอง

ตอนแรก เรื่องมีอยู่ว่าน้องสาวของคุณพ่อผมคนหนึ่งปัจจุบันอายุ ๗๔ ปีเรียนจบสาธารณสุขศาสตร์จากม.เชียงใหม่ กลับมารับราชการที่บ้านเกิดในตำแหน่ง อนามัยตำบลประจำตำบลนายม(ที่ชาวบ้านเรียกหมอ) เริ่มรับราชการประมาณปีพ.ศ.๒๕๐๔ เป็นต้นมา ท่านเล่าให้ผมฟังว่า ในปีก่อนที่หลวงพ่อทบจะมรณภาพนั้นท่านป่วยเป็นไข้นอนซมอยู่บนกุฏิ ตาแฉล้มลูกศิษย์ท่านมาตามอาผมให้ไปช่วยฉีดยาแก้ไข้ให้หลวงพ่อทบที่วัดช้างเผีอก อาผมไปที่กุฏิภาพที่ท่านเห็นหลวงพ่อนอนเป็นไข้ตัวสั่นบ่นพึมพำอยู่ก็เลยจัดแจงเตรียมยาลดไข้ฉีดให้หลวงพ่อทบ

พอปักเข็มแรกเข็มก็หักก็เปลี่ยนเข็มใหม่ พอปักเข็มที่สองเข็มก็หักอีกเหมือนเดิมจึงปรึกษากันว่าจะทำยังไงกันดี ในที่สุดก้อตกลงกันว่าจะต้องปลุกหลวงพ่อทบบอกขออนุญาติท่านจะฉีดยาแก้ไข้ให้ท่าน ตาแฉล้มก็ปลุกท่านตื่นขึ้นมา อาผมก็พูดกับหลวงพ่อทบว่า “หลวงพ่อ นมจะฉีดยาแก้ไข้ให้แต่เข็มหักไปแล้วสองเล่ม ให้นมฉีดยาให้นะจะได้หายไข้นะหลวงพ่อ” ท่านรับรู้แล้วก็พูดกับอาผมว่า”เอ้า ฉีดเลยนม” (คำว่า นม ตามภาษาบ้านนายมหมายความว่าลูกสาวหรือหลานสาว ส่วนคำที่เรียกลูกชายหรือหลานชายคือ เณร เป็นคำที่ผู้ใหญ่ใช้เรียกเด็กๆ)

อาผมยังเล่าให้ฟักอีกว่า ที่หลวงพ่อนอนเป็นไข้ตัวสั่นบ่นพึมพำอยู่นั้น ท่านไม่ได้บ่นอะไรแต่ท่านกำลังท่องคาถาอยู่นะขนาดเป็นไข้ นึกถึงตอนเป็นเด็กๆ ถ้าไปหาหลวงพ่อพวกเราเด็กๆจะตั้งใจดูว่าหลวงพ่อจะคายชานหมากเมี่อไหร่ ท่านจะเอามือไปจับกระโถนมารองแต่พวกเราเอามือไปรองก่อนกระโถนเพี่อนำชานหมากไปขายให้กับญาติๆ ในราคาหนึ่งบาทเป็นที่สนุกสนานของเด็กๆ

ตอนที่สอง เรื่องนี้เกิดขี้นกับตัวผมเองประมาณปีพ.ศ.๒๕๓๕ ไปธุระอ่างทองจะกลับเข้า กทม.เวลาประมาณตีสี่ ที่ถนนสายเอเชียช่วงคลองจรเข้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอนนั้นขาเข้าและขาออกจะมีข้างละสองเลนแล้วจะมีร่องตรงกลางระหว่างกันยังไม่มีต้นไม้ในร่องกลางถนน ตัวผมนั่งอยู่ตอนหน้าคาดเข็มขัดนิรภัยของรถปิคอัพที่มีแค๊ป นั่งในแค๊ปมาสี่คน นอนท้ายรถมาอีกหนึ่งคนด้วยความเร็วประมาณ ๑๒๐ ก.ม./ช.ม. ด้านหน้ารถของเรามีรถปิคอัพผัวเมียนั่งมาด้วยกัน บรรทุกรถจักรยานยนต์ที่กระบะหนึ่งคัน

เหตุเกิดจากแท๊กซี่ฝั่งตรงข้ามหลับในมาด้วยความเร็วประมาณ ๑๖๐ ก.ม./ช.ม. ลงร่องกลางถนนแล้วบินขึ้นมาตัดตรงเก๋งของรถปิคอัพด้านหน้าทำให้สองผัวเมียตายคาที่พร้อมรถจักรยานยนต์ลอยลงมาชนกับรถปิคอัพของเราด้านหน้าตรงที่ผมนั่งอยู่ คนที่มากับเราท้ายรถตาย คนที่นั่งในแค๊ปปากแตก, หัวโนไปตามกัน ผมเห็นมีควันสีขาวรอบตัวผมไปหมดมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็นึกถึงพระที่ห้อยอยู่ในคอองค์เดียวที่คุ้มครอง ปกป้องรักษาชีวิตเราคือ พระสมเด็จเข็มหักลงกรุหลวงพ่อทบที่ติดต้วไปตลอดทุกที่ ปัจจุบันนี้ตรงที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็นที่เก็บซากรถชนของตำรวจแล้ว เหลน ศิษย์หลวงปู่ทวดทบ

ปาฏิหาริย์ของเหรียญทูลเกล้า เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ผมได้พาครอบครัวของแฟนเดินทางจาก อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ กลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่จังหวัดประจวบฯ (บ้านเกิด) โดยมีผมเป็นคนขับรถ แต่บังเอิญว่าตอนนั้นยังไม่มีใบขับขี่ในใจก็คิดว่าคงไม่มีด่านตรวจขับรถเรื่อยมาจนถึง จ.นครปฐม ความซวยเริ่มมาเยือนแล้วครับ ตำรวจตั้งด่านตรวจรถทุกคนเลยผมเห็นแต่ไกลๆแล้วล่ะก็เลยอาราธนาคาถาบูชาหลวงพ่อทบในใจแล้วตั้งจิตบอกกับหลวงพ่อว่า “หลวงพ่อทบช่วยลูกด้วย อย่าได้เสียค่าปรับเลย ขอให้ผ่านไปด้วยความปลอดภัย ไม่มีอุปสรรค”

เมื่อขับรถถึงด่านตรวจตำรวจก็โบกรถขอดูใบขับขี่ผมก็เลยใจกล้าควักบัตรประชาชนพร้อมกับบัตรข้าราชการครูให้ดูแล้วบังเอิญมีโทรศัพท์เข้ามาที่ตำรวจคนนั้นพอดี คงกำลังอารมณ์เสียด้วยพูดจาเสียงดังใส่โทรศัพท์เลย ขณะที่ผมนี่หน้าซีดไปแล้วแต่แล้วจู่ๆตำรวจก็ถามว่า “จะไปไหน ทำงานอะไร ผมก็บอกว่า จะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ช่วงปิดเทอม ตอนนี้ทำงานเป็นครูที่เพชรบูรณ์” แล้วก็โบกมือให้รีบขับรถผ่านไปผมนี่ขนลุกซู่เลยยกมือไหว้เลย หลวงพ่อทบมาช่วยไว้แท้ๆเพราะปกติขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ต้องโดนปรับแน่นอนขั้นต่ำก็ ๒๐๐ บาทล่ะ ตอนนี้ก็ไปทำใบขับขี่รถยนต์มาเรียบร้อยแล้วครับและตั้งใจทำความดีสมกับที่มีพระเครื่องของหลวงพ่อทบบูชาครับ chot

SONY DSC

ปาฏิหารย์ตะกรุดหลวงพ่อทบ พี่ชายของภรรยาผมอยู่ที่อำเภอบึงสามพันเล่าให้ฟังว่า หลายปีมาแล้วแกไปนอนเฝ้าไร่ที่กระท่อมกลางไร่เป็นกระท่อมหลังเล็กๆพื้นปูด้วยฟากไม้ไผ่หลังคามุงด้วยหญ้าคา มีอยู่วันหนึ่งมีญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)มาเที่ยวหาที่กระท่อมคุยกันอยู่พักใหญ่แกก็นอนเล่นที่กระท่อม ก่อนนอนญาติคนนั้นถอดเสื้อออกแล้วก็ถอดตะกรุดที่แกสวมมาม้วนแล้วเสียบไว้กับหญ้าคาที่มุงหลังคา พี่แกบอกว่าลักษณะตระกรุดจะเป็นเหมือนสังวาลย์ ญาติคนนั้นบอกว่าเป็นตะกรุดของหลวงพ่อทบ ญาติคนนั้นหลับไปพักใหญ่ พอตื่นขึ้นมาก็ขอตัวกลับและลืมตะกรุดไว้บนหลังคา

ในเย็นวันนั้นเองมีเจ้าของไร่ข้างๆจุดไฟเผาหญ้าในไร่ เกิดมีลมทำให้ไฟได้ลุกลามจนควบคุมไม่ได้และลามมาทางกระท่อม พี่แกบอกว่าด้วยความตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรแกขึ้นไปบนกระท่อมคว้ากระสอบข้าวสารลากกระสอบข้าวสารไปไว้บริเวณที่โล่งที่ไม่มีหญ้าแห้งแล้ววิ่งหนีเอาตัวรอด เพราะข้างกระท่อมเป็นหญ้าแห้งทั้งนั้น ไฟลุกสูงอย่านั้นกระท่อมต้องไหม้ไฟแน่ๆพักใหญ่ไฟก็สงบลง ไม่น่าเชื่อครับกระท่อมยังอยู่เหมือนเดิม พี่แกบอกว่าแกไปจับหญ้าคาที่ชายคากรอบเลยครับ แกบอกว่าต้องเป็นปาฏิหารย์ตะกรุดหลวงพ่อทบแน่เลยที่ทำให้กระท่อมแกไม่ถูกไฟไหม้ แล้ววันต่อมาเจ้าของตะกรุดก็ขอตะกรุดแกคืน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply