อิทธิฤทธิ์ ดำดื้อแดงเก ดื้อด้านต่อคมไม้คมมีด

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ อิทธิฤทธิ์ ดำดื้อแดงเก ดื้อด้านต่อคมไม้คมมีด นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หากกล่าวถึง ดำดื้อ แดงเก เป็นยันต์ที่ใช้สักโดยมีชื่อเสียงมาจากหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ในภายหลังได้ทำออกมาเป็นวัตถุมงคลไว้พกติดตัวแทนการสัก ประสบการณ์จะเด่นในทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด เรียกว่า ดื้อด้านต่อคมไม้คมมีดและเป็นที่เลื่องลือเล่าขานกันมากคือ เมื่อเวลาจะมีภัยมาจะได้ยินเหมือนคนกระชิบบอกอย่างน่าอัศจรรย์ ตามตำนานเล่าว่ามีชายหนุ่มสองคนชื่อว่า ไอ้แดงกับไอ้ดำ ทั้งสองได้มานั่งกินเหล้าเมามายในตอนเย็นๆเสมอและชอบประลองกำลังกัน ใช้ทั้งอาวุธมีดและของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่แต่ละคนมีอยู่ในตัว หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม เห็นดังนั้นท่านจึงได้นำรูปของไอ้ดำและไอ้แดงมาสักโดยได้มีการลงอักขระเลขยันต์เข้าไปด้วย

แต่บางความเชื่อก็ว่า ดำดื้อและแดงเกเรมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้วแต่ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนนัก ขณะเดียวกันก็มีความเชื่อว่า ห้ามสักดำดื้อและแดงเกเรในตัวคนๆเดียว เพราะจะทำให้ยิ่งดื้อและเกเรไปกันใหญ่ ให้สักเฉพาะอันใดอันหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ดีในปัจจุบันได้มีนำยันต์ที่สักเป็นรูปดำดื้อและแดงเกเร มาสร้างเป็นเครื่องราง ส่วนเพจศิษย์สายวัดสะพานสูงได้ให้ข้อมูลไว้ว่า เมื่อก่อนไม่เคยได้ยินว่าสำนักอื่นมียันต์นี้ด้วยเพิ่งทราบเมื่อไม่นานนี้ว่าหลวงพ่อสุรินทร์เจ้าของเหรียญหมูตามหมูขวางอันลือลั่นแห่งราชบุรี ก็มียันต์นี้เหมือนกัน แต่ท่านก็ไม่ค่อยยอมสักให้ใคร เพราะสักไปแล้วส่วนมากเกเรทุกคน

มีอยู่ครั้งหนึ่งมีคนแถววัดสามคนมาลาท่านว่าจะไปสงครามเกาหลี ท่านตรวจดวงชะตาแล้วท่านว่าสองคนไปได้ แต่ทิดเยื้องท่านท้วงว่าอย่าไปเลยดวงเรานี่ถึงชะตาขาด แต่ทิดเยื้องไม่ยอมบอกรับปากเพื่อนแล้วไม่ไปไม่ได้ ท่านเห็นฝืนชะตาไม่ได้ ท่านจึงสักดำดื้อแดงเกเรให้(สายหลวงพ่อสุรินทร์ จะมีตัวเดียวเรียกรวมกันว่าดำดื้อแดงเกเร โดยจะสักที่หน้าอก) เมื่อท่านสักเสร็จแล้ว ท่านก็ให้คาถากำกับว่า“กะระมะทะ กิริมิทิ กุรุมุทุ เกเรเมเท” พร้อมบอกสรรพคุณว่า เมื่อภาวนาคาถานี้จะทำให้ตัวใหญ่ขึ้น มีกำลังมากกว่าคนธรรมดา

เมื่อสามคนนี้ไปสงครามไม่กี่เดือนก็เดินทางกลับโดยกลับมาเป็นคนเป็นสองคน ส่วนทิดเยื้องกลับมาเป็นร่างไร้วิญญาณ เมื่อนำศพทิดเยื้องมาที่วัดหลวงพ่อสุรินทร์ทั้งสองคนก็เล่าเรื่อง ว่ามีอยู่สมรภูมิหนึ่งรบกันแบบประชิดตัว ทั้งสามคนก็ท่องคาถาที่หลวงพ่อให้ รู้สึกตัวเหมือนจะใหญ่ขึ้นใจฮึกเหิมไม่กลัวอะไร เดินเข้าประจัญกับข้าศึกด้วยมือเปล่า ทั้งสามคนใช้มือเปล่าฆ่าข้าศึกตั้งหลายคน โดยเฉพาะทิดเยื้องหักคอข้าศึกทั้งคนเกาหลีทั้งรัสเซียหลายคน พวกนั้นใช้ปืนยิงก็เอาไม่อยู่ ใช้ดาบปลายปินแทงก็ไม่เข้า สุดท้ายมีคนหนึ่งขว้างระเบิดใส่ทิดเยื้อง จึงสามารถหยุดทิดเยื้องได้ ทิดเยื้องถูกแรงอัดจนขาดใจตาย แต่ที่ตามตัวไม่มีบาดแผลให้เห็นเลย

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply