“เหล็กไหล”มีจริงหรือเปล่าครับหลวงพ่อ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “เหล็กไหล”มีจริงหรือไม่ เผยคำตอบจากหลวงพ่อพุธ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

โยม “เหล็กไหลมีจริงหรือเปล่าครับหลวงพ่อ” หลวงพ่อพุธ “มีจริงแต่มันเป็นของหายาก เอายาก ที่เขามาอวดกันมันไม่ใช่เหล็กไหลหรอก เหล็กไหลนี้มันจะไหลอยู่ไม่หยุด หลวงพ่อไล่ตะครุบเหล็กไหลนี่จนเหงื่อแตก มันก้อนโตขนาดเม็ดข้าวโพดเม็ดใหญ่ๆ ทีนี้วัตถุที่โตขนาดนี้ ถ้าเป็นสิ่งอื่นเราไปหยิบมันจะติดมือขึ้นมา อันนี้พอไปหยิบหยิบแล้วทั้งๆที่มันแข็ง มันสัมผัสมือเหมือนกับหยิบสำลีคล้ายๆกับมันยุบตัวลงไป แต่พอยกมือขึ้นมันจะไม่ติดมือพอยกมือขึ้นปั๊บมันจะกลิ้ง พอไปจับจะหยิบขึ้นให้มันติดมือมาไม่มีติด ถ้ามันอยู่บนพื้นไม้กระดานมันจะกลิ้งอยู่อย่างนั้น พอตกถูกพื้นปูนซีเมนต์มันจะหายจมลงไปในปูนซีเมนต์เลย หลวงพ่อนี่จับต้องมาด้วยมือเห็นมาด้วยตา

เพราะฉะนั้นถ้าใครเอามาให้ดูแล้วมันไม่ใช่หรอก มีแต่ก้อนหินธรรมดานี่แหละเขาเอามาให้ดู อย่างดีก็พวกประเภทที่เขาเรียกว่าโคตรเหล็กไหล ไอ้ตัวเหล็กไหลจริงๆนี่มันไม่ใช่อย่างนั้น สีมันดำเหมือนตาดำคน ที่นี้ พอจับปั๊บมันจะเย็นเหมือนจับน้ำแข็งเวลาเอาวางไว้แม้อยู่ในที่ราบๆมันก็จะกลิ้งของมันมันอยู่ในฟันกรามเขาส่องดูก็มองเห็น พอเอาไม้แหย่มันจะวิ่งหลบเข้าไปหลบหนีเข้าไปทั้งที่ไม้ยังไม่ได้ถูกมันเลย พอเผลอๆ มันตกป๊อกลงมาอยู่ในอุ้งมือนี่ แทนที่มันจะไหลลงไปทางลาดๆต่ำลงไป มันกลับวิ่งลัดขึ้นมาวิ่งมาตามข้อศอกวิ่งขึ้นมาข้างบนวิ่งขึ้นมาทางสูง แทนที่มันจะกลิ้งลงไปทางต่ำตกลงบนไม้กระดานก็ไล่ตะครุบไล่ไปไล่มามันตกลงบนพื้นปูนซีเมนต์กลิ้งไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีอะไรราบๆเกลี้ยงๆ ไม่มีวัตถุอะไรมันหายจมลงไปในพื้นปูนซีเมนต์ เมื่อก่อนนี้อยากได้เหล็กไหลเหมือนกันพอไปไล่จับก็เลยหายสงสัย”

โยม “มันมาจากไหนครับเหล็กไหล”  หลวงพ่อพุธ “เหล็กไหลอันนี้ตามประวัติส่วนใหญ่จะมาจากสมเด็จลุนบ้านเงินไทรบ้านอยู่ฝั่งทางประเทศลาว พระองค์นี้มีอิทธิปาฏิหาริย์ขนาดเหยียบเรือกลไฟของฝรั่งนี่เอียงกะเท่เร่เหมือนกับหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ทางภาคโน้นก็อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกันมีตำรวจคนหนึ่งเขาเรียกว่าไอ้เพ็งคอลายหมอนี่ก็ได้มาจากสมเด็จลุน ของๆมันนี้ใครขอนี่มันยื่นให้เลยอยากได้เอาไป แต่พอเสร็จแล้วเขามีวิชาเรียกให้ใครไปแล้วมันจะกลับไปอยู่กับเจ้าของ พระครูพิบูลย์ธรรมภาณ อาจารย์โชติที่อำเภอพิบูลฯ อุบลฯ

นี่ท่านคุยให้ฟังว่า ของคนเมืองพิบูลฯ อำเภอพิบูลมังสาหารมีอยู่คนหนึ่งเขาเคยให้ท่านพาไปขายตกลงซื้อขายกันราคา ๕๐ ล้าน จะเอาเงินไปวางกันที่ธนาคารฝากเงินในบัญชีของเจ้าของแล้วก็จะมอบเหล็กไหลนี้ให้ พอตกลงกันแล้วตกกลางคืนได้ที่เอาใส่ในกระป๋องแล้วบัดกรีเอาไว้ ตื่นเช้ามาเห็นแต่รูมันหนีออกไปแล้ว เสร็จแล้วพอกลับมาบ้านมันมาอยู่ที่บ้านเลยไม่ได้ขาย ส่วนใหญ่ถ้าใครเขามีแล้วเขาจะใช้โลหะต่างประเภท ถ้าประเภทเหล็กนี่เอามันไม่อยู่ต้องใช้ทอง นาก เงิน ทองแดงหุ้มเอาไว้ ถ้าเอาไปวางไว้บนพานธรรมดาตื่นเช้ามาหาย”

โยม “เหล็กไหลเขามีไว้ทำไมครับ” หลวงพ่อพุธ “เขาก็ถือว่าเป็นเครื่องรางของขลัง ของดีวิเศษ ใครมีแล้วเป็นสิริมงคลอะไรทำนองนั้น แต่ว่าฝรั่งที่เขาเชื่อว่าเหล็กไหลมีจริงและเขาทดสอบดูว่ามันเป็นวัตถุที่สามารถทุ่นแรงได้คือ มันมีแรงผลักดันทำให้เป็นวัตถุที่ทุ่นแรง ฝรั่งเขาต้องการเขาจะไปทำให้มันสร้างวัตถุทุ่นแรงสำหรับยกสิ่งของหนักๆ อาจารย์บุญที่วัดป่าอะไรทางนี้นั่นก็ไปเที่ยวหาเหล็กไหลไปนอนอยู่ที่วัดป่าสาลวันหลายคืนทีแรกให้โยมไปเฝ้าอยู่ก่อน”

“ไม่ทราบว่าท่านไปได้ยินมาจากที่ไหนว่าหลวงพ่อมีเหล็กไหล” หลวงพ่อก็พูดตลกๆ “โอย เหล็กไหลมีถมเถไปเอาไหมจะขอเขาให้ เหล็กไหลผมนี่ตอนเช้ามันก็ไหลลงกรุงเทพฯ ไหลขึ้นหนองคาย อุบลฯ ทุกวัน (หลวงพ่อหมายถึงรถยนต์ รถโดยสาร)ไปหาสิ่งที่มันอาจจะเป็นไปไม่ได้ ไอ้มีนะมีแน่จะไปหาที่ไหนมันจึงจะพบ”

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply