หมาวัด หนังเหนียว ใส่ตะกรุด หลวงพ่อชาญ ชาโน สำนักป่ากลางบุญ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หมาวัด หนังเหนียว ใส่ตะกรุด หลวงพ่อชาญ ชาโน สำนักป่ากลางบุญนำ มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

หมาวัดห้อยตะกรุดหนังเหนียวสมภารสำนักสงฆ์ปลุกเสกให้หลังถูกชาวบ้านยิงได้รับรับบาดเจ็บและตายไปหลายตัว เพราะชอบออกจากวัดไปซุกซนหรือทำให้ข้าวของเสียหาย เป็นตะกรุดของ “หลวงพ่อชาญ”มีชื่อเสียงด้านตะกรุดโทน คงกระพันชาตรีเคยปลุกเสกแจกให้ทหาร ๓ จว.ใต้มาแล้ว เผยสงสารสุนัขในวัดถูกทำร้ายเลยปลุกเสกตะกรุดไว้คล้องคอ ป้องกันอันตรายและให้รู้ว่าเป็นสุนัขของวัด ทุกๆเดือนมีค่าอาหารกว่า๕หมื่นบาท

หมาวัดหนังเหนียวใส่ตะกรุดหลวงพ่อชาญเมื่อผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านอ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ว่าที่สำนักสงฆ์ป่ากลางบุญหมู่ที่ ๕ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เจ้าอาวาสนำตะกรุดและลูกประคำมาคล้องคอให้สุนัขกว่า๒๐๐ ตัว เพื่อป้องกันอันตรายจากถูกชาวบ้านไล่ยิง จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุบริเวณเชิงเขาทอง พบสุนัขพันธุ์ต่างๆจำนวนมากวิ่งไปมาขวักไขว่ ที่น่าสนใจพบว่าสุนัขทุกตัวใส่ปลอกคอเป็นตะกรุดหรือลูกประคำ

หลวงพ่อชาญ ชาโน เจ้าอาวาสสำนักป่ากลางบุญซึ่งเป็นผู้ปลุกเสกตะกรุดและลูกประคำเล่าว่า ที่ใส่ตะกรุดและลูกประคำให้สุนัขในวัดเพราะก่อนหน้านี้เวลาสุนัขหนีไปเที่ยวและไปทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนรำคาญมักจะถูกยิ งและทำร้ายได้รับบาดเจ็บเป็นประจำ บางตัวก็ถึงกับเสียชีวิตจึงปลุกเสกตะกรุดโทนและลูกประคำห้อยคอเอาไว้เพื่อให้ช่วยป้องกันอันตรายและให้ชาวบ้านรู้ว่าเป็นสุนัขของวัด

หลวงพ่อชาญกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทำแต่ตะกรุดให้คนเท่านั้นแต่ก่อนหน้านี้มีลูกศิษย์คนหนึ่งมาขอตะกรุดไปคล้องในสุนัขที่บ้านเพราะเคยถูกยิ งได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง จึงให้ไปปรากฏว่าเกิดเรื่องขึ้นอีกเพราะไปกินไก่ทำให้พ่อของลูกศิษย์ยิ งล้มลงลูกศิษย์เข้าไปดูพบว่ากระสุนไม่เข้าเป็นแค่รอยช้ำ จึงมาเล่าให้ฟังก็ตัดสินใจปลุกเสกตะกรุดและลูกประคำห้องคอสุนัขกว่า ๒๐๐ ตัวในวัด ซึ่งบางตัวไปกินของชาวบ้านโดนยิ งมาแต่ก็ไม่ตาย อาจเป็นเพราะบุญกุศลของสุนัขที่ยังไม่ถึงคราวเสียชีวิตก็เป็นได้

ลูกประคำและตะกรุดนั้นจริงๆคนก็ใช้ได้ซึ่งเคยปลุกเสกส่งให้เหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่๓จังหวัดชายแดนภาคใต้ในโครงการพระสงฆ์นำชัยกู้ภัยใต้ โดยได้รับกิจนิมนต์จากพล.อ.ณพล บุญทับรองสมุหราชองครักษ์ แจกวัตถุมงคลเป็นตะกรุดและลูกปะคำ พร้อมตัดพระเคราะห์ ให้กับเหล่าทหาร หลังจากนั้นพล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่๔ ส่งเงินมาให้จัดทำวัตถุมงคลต่างๆ ส่งให้เหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้นอีก เจ้าอาวาสสำนักป่ากลางบุญ กล่าว

หลวงพ่อชาญกล่าวว่า เป็นเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ได้ประมาณ ๑๐ ปี เมื่อ๖ปีก่อนมีสุนัขจรจัดเข้ามาในวัดก็รับเลี้ยงไว้ ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆมีทั้งไปเจอตามถนนถูกรถเฉี่ยวชนหรือคนนำมาปล่อย จนทุกวันนี้มีกว่า ๒๐๐ตัว ต้องจ้างคนดูแล ๑ คน ให้อาหารทั้งข้าวและอาหารเม็ดตกเดือนละประมาณ๕๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายนั้นยังไม่เกี่ยวกับเวลาสุนัขป่วย บางครั้งต้องพาไปโรงพยาบาลหรือคลินิกสุนัข อาตมาไม่เคยบอกบุญใครเนื่องจากเกรงใจเขา ค่าใช้จ่ายมาจากให้เช่าวัตถุมงคลหรือมีญาติโยมมานั่งวิปัสสนาที่สำนักสงฆ์แล้วร่วมบริจาคเท่านั้น

หนังสือพิมพ์ข่าวสดข่าวสด

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply