การสักยาข่าม (คงกระพัน) หรือสักก่ายะ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ การสักยาข่าม (คงกระพัน) หรือสักก่ายะ มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

การสักประเภทนี้จะใช้หมึกสีดำชาวไทใหญ่เชื่อว่าเมื่อสักข่ามลงบนร่างกายแล้วตัวยาจะเข้าไปผสมกับเลือดลมในร่างกายคน หากเลือดฉีดแรงหรือเกิดเลือดร้อนขึ้นมาก็จะทำให้เกิดความขลังหรือคงกระพันชาตรี ร่างกายมีความทนทานต่ออาวุธและของมีคมต่างๆแทงไม่เข้ายิงไม่ออก การสักข่ามเป็นรูปยันต์อักขระคาถาและรูปสัตว์ต่างๆ นั้น นอกจากมีจุดประสงค์เพื่อแสดงความเข้มแข็งอดทนและมีพลังน่าเกรงขามตามลักษณะของลูกผู้ชาย เพื่อป้องกันภัยอันตรายจากอาวุธของมีคม การรบกวนของภูตผีปีศาจสัตว์ร้ายและสัตว์มีพิษต่างๆ แล้วยังเชื่อว่าจะทำให้คาถาคงกระพันออกฤทธิ์ตามข้อดีของสัตว์เหล่านั้นอีกด้วย เช่น

๑. รูปเสือ ได้แก่ เสือ๓ป็อด เสือ๗ป็อด เสือหัวอาง คือรูปเสือที่มีหัวเป็นยันต์กลมและเสือเย็น คือมีลักษณะตัวเป็นเสือ หัวเป็นคน เชื่อว่าเวลาต่อสู้กับศัตรูจะทำให้ผู้ที่สักรูปเสือมีใจกล้าหาญดุดันและรวดเร็วเหมือนกับเสือ ๒. แมวดำเชื่อว่าแมวดำมีความรวดเร็วมาก สามารถล่องหนหายตัวได้ ถ้าสักรูปแมวดำที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง หากเสียทีเพลี่ยงพล้ำแก่ศัตรูและถูกจับตัวได้ หากเจ้าของรูปสักใช้ลิ้นเลียรูปแมวดำที่หัวไหล่และท่องคาถาก็จะสามารถเล็ดรอดหนีไปได้ ถ้าถูกมัดมือมัดเท้าหรือล่ามโซ่ก็จะสามารถสะเดาะโซ่หรือเชือกที่มัดอยู่ออกได้ ๓.หมูเขี้ยวตัน หมูหลังหัก และหมูหัวอาง(หมูที่มีหัวและหน้าเป็นรูปยันต์กลม) ๔.วัวกระทิง เชื่อว่าจะทำให้มีประสาทที่ตื่นตัวเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับวัวกระทิงที่มีสัมผัสรับรู้อันตรายได้เร็วกว่าสัตว์ชนิดอื่น ๕. รูปยันต์และอักขระคาถา

การสักยาข่ามโดยทั่วไปสล่าสักยาจะไม่ตัดสินใจสักให้ใครง่ายๆ เพราะกลัวว่าผู้ที่สักไปนั้นจะนำอิทธิฤทธิ์ที่เกิดจากการสักยาไปใช้ในทางที่ผิด สล่าจึงต้องพิจารณาดูลักษณะนิสัยของผู้ที่จะสักยาให้ดีก่อน โดยอาจจะพิจารณาได้จากปัจจัยต่างๆเช่น

ดูลักษณะสีผิว เชื่อกันว่าผู้ที่มีผิวสีแดง มักจะสักได้ผลดีกว่าผิวสีอื่นๆ,ดูจากนิสัยส่วนตัว วัน เดือน ปีเกิดและรูปร่าง,พิจารณาจากสีของเลือด เลือดที่สักยาข่ามได้ผลดีคือเลือดสีส้มเหลืองและเหนียวข้น บางตำราก็ว่าถ้าเลือดสีแดงมากเกินไปจะสักยาข่ามไมได้ผล แต่ถ้ามีเลือดดำมากกว่าก็จะทำให้การสักได้ผลดี,ถ้าผู้สักสักไปเพราะชอบในลวดลายเท่านั้นมักจะสักไม่ได้ผล,ดูจากลักษณะผิวหนัง ถ้าผู้ใดมีหนังแบบแมวคือเมื่อจับหนังแล้วดึงขึ้น ผิวหนังจะลื่นและแยกจากกล้ามเนื้อได้ก็จะสักยาข่ามได้ผลดีกว่าคนที่มีหนังติดกล้ามเนื้อทั่วๆ ไป,หากผู้ชายคนใดมีหน้าอกเป็นรูปสี่เหลี่ยม เมื่อสักยาข่ามไปแล้วจะได้ผลดี แต่ถ้าหน้าอกเป็นรูปสามเหลี่ยมจะสักยาข่ามไม่ได้ผล

กฎเกณฑ์ข้อห้ามต่างๆ ที่ผู้รับการสักยาข่ามจะต้องประพฤติปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ถ้าไม่ปฏิบัติตามคาถาอาคมที่ใช้ในการสักจะไม่ขลัง

ข้อห้ามด้านอาหารการกิน ๑. ห้ามกินผลไม้และผักต่างๆได้แก่ ผักบุ้ง ผักง้วนหมู ฟักเขียว ฟักทอง บอน น้ำเต้า ผักหนอก(บัวบก)และมะขามป้อม ๒. ห้ามกินเนื้อสุนัขและเนื้องู ๓.ห้ามกินรกงัวรกควาย ๔.ห้ามกินหอย

ข้อห้ามด้านสถานที่ ๑. ห้ามกินอาหารในงานศพ ๒. ห้ามเข้าบ้านที่มีผู้หญิงคลอดลูกใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ไฟ ๓. ห้ามลอดใต้ถุนบ้าน ใต้บันได และใต้สะพาน ๔. ห้ามลอดรั้ว ๕. ห้ามลอดแร้ววัว แร้วควาย

ป้อจายล้านนา

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น