วิชากระสุนคต หลวงพ่อเคลือบ วาจาสิทธิ์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ วิชากระสุนคต หลวงพ่อเคลือบ วาจาสิทธิ์ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

วิชากระสุนคต หลวงพ่อเคลือบ วาจาสิทธิ์ ปะลองเปิงด๊าจ์ก สำรับมอญบ้านป่าแดง ในขณะที่หลวงปู่เคลือบ ยังทรงธาตุขันธ์อยู่นั้น เมื่อท่านมารับเป็นสมภารปกครองอยู่วัดหนองกระดี่เป็นเวลาที่เกียรติคุณของท่านได้ปรากฏขจรขจายแพร่หลายไปทั่วถึงความเรืองเวทย์วิทยาคมของท่าน ได้มีพระภิกษุสงฆ์ตลอดจนฆราวาสและค่อนไปทางนักเลงบ้านต่างๆมาฝากตัวเป็นศิษย์กันหลายท่าน ยังมีกลุ่มมอญทางตำบลทุ่งพงกลุ่มหนึ่งนำโดยมหาทองคำและนางสำเนียง ภัททาจาระ สองสามีภรรยาเดิมอยู่บ้านป่าแดงได้ชักชวนญาติมาฝากตัวเป็นศิษย์กับท่าน

เมื่อถึงเทศกาลตรุษสงกรานต์มหาทองคำกับภรรยาจะชักชวนญาติพี่น้องพากันหาบสำรับเปิงด๊าจ์ก(ข้าวแช่) มีทั้งคาว-หลาน เดินลัดมาทางบ้านหนองสับปลาร้าทัพทรายมาถวายหลวงปู่ที่วัด โดยถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนั้นทุกปี มหาทองคำ(ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว) เล่าว่า “ถึงวัดมักเป็นสำรับเพลเหยียบหัวกระไดกุฏิยังไม่ทันเห็นตัวท่านเรียกแล้ว”อ้ายคำรึ” หัวร่อฟันดำปี๋ คุณพ่อ(สรรพนามมหาทองคำเรียกหลวงปู่) จำแม่นไม่ว่าใครต่อใคร ลองได้เจอกันสักครั้งจะหายไปกี่ปีๆมาพบกันใหม่ท่านเรียกชื่อถูกหมดจำได้ทุกคน ท่านเป็นจีนชอบฉันข้าวต้มกับเกลือ ถั่วลิสง หรือเนื้อเค็ม ถ้าหวานชอบข้าวตอกน้ำกระทิ ข้าวแช่ไม่ค่อยชอบเท่าไร ยังเคยสัพยอกให้ว่า”คำเอ้ยจะต้มก็ไม่ต้มน้อ” หัวร่ออย่างเดียวแต่ก็ฉันได้

คราวต่อมาจึงต้มข้าวต้มใส่หาบไปด้วย เวลาท่านฉันทั้งหมาเอยแมวเอยล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านไม่ไล่และห้ามไม่ให้ใครตีด้วยทั้งยังป้อนให้กินเสียอีกแมวกินคำหนึ่งท่านกินคำหนึ่ง มหาทองคำเล่าถึงวิชาอาคมที่ได้ร่ำเรียนมาว่า ท่านไม่ได้ซี้ซั้วสอนให้ทุกคนได้มากบ้างน้อยบ้างเป็นวาสนาต่างกันไป ตัวได้วิชาผูกพยนต์เฝ้าข้าว(สะอะนิโส,เรียก โสสะอะนิ,ปลุก นิโสสะอะ,ขับ อะนิโสสะ,ผูก) วิชาทำนายและวิชาคงกระพันท่านกำชับเสมอว่า “จงใช้เพื่อคุ้มตัว อย่าได้ใช้ในทางผิดทางระยำ”

พร้อมกับเล่าว่ามีอยู่ครั้ง เวลาบ่ายๆนั่งคุยกำลังสนุกๆกับท่านบนกุฏิจู่ๆท่านนิ่งไปและเรียกหาอ้ายจงเด็กวัดให้หยิบคันกระสุนที่แขวนอยู่ข้างฝาในกุฏิมาให้ ท่านพูดว่า”หนอยแน่ อ้ายแมวโขมย” พูดพลางยิงลูกกระสุนออกไปทางหน้าต่างกุฏิ สักพักได้ยินเสียงคนร้องโอยมาทางสระท้ายวัด จึงพากันวิ่งไปดูเห็นหลังคนไวๆ ๒ คน ขึ้นจากสระทิ้งสุ่มทิ้งตะข้องใส่ปลาเอามือกุมหัวจึงรู้ว่า เป็นหัวโขมยลักปลาวัด สักพักก็พากันเข้ามาขอขมาท่าน สังเกตุดูโดนที่หัวปูดเป็นลูกมะนาวแต่ไม่แตก ก็เป็นของปะหลาดอยู่เหมือนกันว่าท่านยิงออกไปโดยไม่เห็นตัวคนแต่ยิงโดนได้อย่างแม่นยำและยิงลูกเดียวแต่โดนทั้ง๒คน

กุลบุตรผู้ที่ได้รับการอบรมมา ครูบาอาจารย์มักจะอบรมสั่งสอนให้อย่างดี ปลูกฝังคุณงามความดี ปลูกฝังคุณธรรม เพราะเสียงสะท้อนจากการปฏิบัติตัวของศิษย์ ย่อมสะท้อนถึงครูบาอาจารย์ ดังคำกลอนที่ว่า” วิสัยครูดูอย่างเหมือนช่างปั้น ต้องคาดคั้นโขลกสับแทบจับไข้ ไม่สันทัดขัดแต่งรุนแรงไป ก็บรรลัยแยกร้าวลงแหลกราญ อันภูมิครูดูได้จากลูกศิษย์ เหมือนดูช่างชาญประดิษฐ์จากเชิงสาน มีลูกศิษย์หัวรั้นอันธพาล เขาประจานด่าครูไม่ดูแล “ อุปมาว่า เมื่อต้นคดแล้ว ก็ยากที่ปลายจะตรง ก็มีความหมายดุจเดียวกัน

Cr. Narawee Siri

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply