เจ้าเมืองคนดังสมัย ร.๕ ใช้ประสบการณ์นักเลงไต่เต้าจนเป็นเจ้าพระยา

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ เจ้าเมืองคนดังสมัย ร.๕ ใช้ประสบการณ์นักเลงไต่เต้าจนเป็นเจ้าพระยา นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

เจ้าพระยาสุนทรบุรีศรีวิไชย์สงคราม สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครไชยศรีผู้ใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าทำให้ “ศาสตราจารย์โจร”อย่างโจรจันทร์ต้องรับสารภาพแต่โดยดีในคืนที่๓นั้นถ้าหากโจรจันทร์รู้จักประวัติท่านดีก็คงรับสารภาพไปตั้งแต่คืนแรกแล้ว เพราะเมื่อหนุ่มๆท่านก็ไม่เบาเหมือนกันเกือบจะเสียคนเพราะใช้ชีวิตนักเลงแต่เมื่อกลับตัวตั้งเข็มชีวิตใหม่ท่านก็อาศัยประสบการณ์เก่าๆมาทำประโยชน์ไต่เต้าขึ้นไปจนถึงตำแหน่งสูงสุดของขุนนางซึ่งสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพผู้มักคุ้นกับท่านเป็นอย่างดีได้ทรงนิพนธ์ประวัติของพระยาสุนทรบุรีฯไว้ตอนหนึ่งว่า

“เมื่อครั้งข้าพเจ้าแรกเป็นทหารมหาดเล็กกำลังคะนองในเวลารุ่นหนุ่มได้เริ่มรู้จักกับเจ้าพระยาศรีวิไชย์ฯเมื่อยังเป็น จมื่นมณเฑียรพิทักษ์ด้วยความเป็นคนกว้างขวางในทางนักเลงมีเพื่อนฝูงมากแต่ความประพฤติของเจ้าพระยาศรีวิไชย์ฯในสมัยนั้นต่อมาให้โทษแก่ตัวเอง ด้วยหมดทรัพย์ไปทางเล่นครั้นกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญทิวงคต ขุนนางวังหน้ากลับมาสมทบกับวังหลวงอีก เจ้าพระยาศรีวิไชย์ฯไม่มีกำลังจะรับราชการจึงไปสมัครรับราชการอยู่กับพระยามหาอำมาตย์(หรุ่น) ซึ่งเป็นลุงทางฝ่ายมารดาต้องออกไปรับราชการอยู่ที่เมืองจำปาศักดิ์และเมืองพระตะบองหลายปี”

เจ้าพระยาศรีวิไชย์ชนินทร์ (ชม สุนทราชุน)

ตระกูลของเจ้าพระยาศรีวิไชย์ฯเป็นข้าราชการสังกัดวังหลวง แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวราชาภิเษกเสมือนเป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกองค์ จึงโปรดฯให้แบ่งข้าราชการวังหลวงไปสังกัดวังหน้าตระกูลละ ๑ หรือ ๒ คน พระยาสุรินทรามาตย์(คล้าย)บิดาของของเจ้าพระยาศรีวิไชย์ฯอยู่ในกลุ่มที่ต้องไปสังกัดวังหน้ามีตำแหน่งในกรมตำรวจหลวง เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯสวรรคต ข้าราชการวังหน้าก็กลับมาสังกัดวังหลวงอีก ช่วงนี้พระยาสุรินทรามาตย์ได้นำนายชม บุตรชาย ถวายตัวเป็นมหาดเล็กวิเศษในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่๕กรมหมื่นบวรวิชัยชาญได้รับอุปราชาภิเษกเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ข้าราชการวังหลวงที่เคยสังกัดวังหน้าก็ต้องกลับไปวังหน้าตามเดิมแต่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ขอตัวพระยาสุรินทรามาตย์ไว้ในกรมกลาโหมของวังหลวงต่อไป จึงให้นายชมผู้เป็นบุตรย้ายไปสังกัดวังหน้าแทน และได้เป็นหมื่นมณเฑียรพิทักษ์ปลัดกรมตำรวจ เมื่อกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญทิวงคตข้าราชการวังหน้าก็ย้ายกลับมาสังกัดวังหลวงอีก แต่จมื่นมณเฑียรพิทักษ์ “ไม่มีกำลังจะรับราชการ”อย่างที่กรมพระยาดำรงฯทรงนิพนธ์ จึงต้องไปรับราชการอยู่ที่นครจำปาศักดิ์และพระตะบองได้เป็นหลวงเสนีย์พิทักษ์สังกัดกรมมหาดไทย ระหว่างที่ไปรับราชการอยู่หัวเมืองไกลนี้เองโอกาสก็เปิดให้หลวงเสนีย์ฯอย่างไม่คาดฝันเมื่อถูกใช้ให้เข้ามาราชการที่กรุงเทพฯขณะที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพมาเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยจึงได้พบกันด้วยความยินดีหลังจากที่ไม่ได้พบกันมาหลายปี

หลังจากที่หลวงเสนีย์ฯเข้ามาฟื้นความหลังสมัยเป็นหนุ่มคะนองกับท่านเสนาบดีพอออกจากห้องไปได้ไม่นาน พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรสมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลกก็เข้ามาขอทูลปรึกษากับท่านเสนาบดีเรื่องจะหาตัวคนไปเป็นผู้ว่าราชการหัวเมืองต่างๆในมณฑล เมื่อไล่มาถึงเมืองพิจิตรที่กำลังมีปัญหาโจรผู้ร้ายชุกชุม ก็เกิดติดขัดหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ กรมพระยาดำรงฯนึกถึงหลวงเสนีย์ฯที่เพิ่งออกจากห้องไปจึงรับสั่งกับพระยาศรีสุริยราชฯว่า มีข้าราชการคนหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกันมาแต่ก่อนแต่ตามประวัติแล้วมีทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์คือเป็นคนฉลาด อัธยาศัยดี คบคนกว้างขวาง แต่ทว่าเป็นนักเลงจัด ถ้าให้เป็นผู้ว่าเมืองพิจิตรก็ต้องเสี่ยงหน่อยว่าจะได้หรือเสีย แต่สมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลกเห็นว่าควรเสี่ยงถ้าไม่ดีค่อยเปลี่ยน

สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงรับสั่งให้ตามตัวหลวงเสนีย์พิทักษ์ซึ่งยังไม่กลับไปง่ายๆโอภาปราศรัยทักทายคนอยู่ในกระทรวงเมื่อเข้ามาคุยกันสองต่อสอง กรมพระยาดำรงฯก็เสนอตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองพิจิตรให้แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำจริงจังจะทำอย่างเจ้าเมืองคนก่อนๆไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่ามีความผิดจึงขอความสมัครใจว่าจะรับหรือไม่ หลวงเสนีย์ฯทูลขอรับด้วยความยินดี ทั้งขอให้วางพระทัยได้จะล้างบาปที่เคยมีแต่ก่อนมิให้ต้องทรงร้อนพระทัย เมื่อหลวงเสนีย์ฯไปรับตำแหน่งเจ้าเมืองชาลวัน นิสัยเก่าๆที่เคยเป็นผลร้ายแก่ตัวเองก็กลับเป็นคุณ ความที่ชอบคบคนอย่างกว้างขวางวางตัวง่ายๆเดินเข้าหาชาวบ้าน ไม่นานชาวเมืองพิจิตรก็ชื่นชมนิยมนับถือว่าไม่เคยมีเจ้าเมืองแบบนี้มาก่อนเลย เป็นผลให้โจรผู้ร้ายราบคาบไปด้วย

หลวงเสนีย์พิทักษ์ไปดังอยู่ที่พิจิตรได้ไม่นาน เมืองนครไชยศรีที่อยู่ใกล้กรุงแค่นี้เองก็เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมยากแก่การปราบปรามและกำลังขาดเจ้าเมือง กรมพระยาดำรงฯจึงดึงตัวเจ้าเมืองมือปราบจากพิจิตรลงมาว่าราชการเมืองนครไชยศรีแล้วก็เป็นไปตามคาด โจรผู้ร้ายถูกนักเลงเก่าปราบเสียราบได้รับโปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็นพระยาสุนทรบุรีศรีพิชัยสงครามและเมื่อตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครไชยศรีว่างลง ก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาสุนทรบุรีฯเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครไชยศรี ซึ่งท่านได้รับราชการอยู่ในตำแหน่งนี้ถึง๑๘ปีจนเข้าวัยชรา เป็นสมุหเทศาภิบาลที่อาวุโสที่สุดในยุคนั้นจนถึงพ.ศ.๒๔๕๖ ในสมัยรัชกาลที่๖พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีวิไชย์ชนินทร์

ความสามารถเด่นของเจ้าพระยาศรีวิไชย์ฯก็คือ การปราบปรามโจรผู้ร้ายที่ท่านมีเทคนิคแตกต่างกับเจ้าเมืองคนอื่นๆ ท่านจะมีสมุดพกเล่มหนึ่งติดตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อออกตรวจท้องที่ก็จะไต่ถามชื่อผู้ร้ายหรือนักเลงในท้องถิ่น ไม่ก็ถามจากนักโทษในคุก แล้วจดชื่อเอาไว้ เมื่อมีโอกาสก็จะทำความรู้จักกับนักเลงเหล่านั้น สร้างความมักคุ้นรู้นิสัยไว้ และเมื่อมีเหตุปล้นกันที่ใด ท่านจะสั่งเจ้าหน้าที่ให้ไปหาข่าวจากคนนั้นคนนี้ หรือไม่ก็ชี้ตัวผู้ร้ายลงไปได้เลย ซึ่งก็ไม่พลาด ทำให้ข้าราชการในมณฑลนครไชยศรีพากันแปลกใจไปตามกันว่า ท่านรู้ได้อย่างไรโดยที่ยังไม่ได้ออกไปท้องที่เกิดเหตุ

เมื่อได้รับบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาแล้ว เจ้าพระยาศรีวิไชย์ชนินทร์ก็เจ็บป่วยเรื่อยมาด้วยเข้าวัยชราไม่แข็งแรงดังเช่นแต่ก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มารับราชการในกรุงเทพฯ เป็นมหาเสวกโทสังกัดกระทรวงวัง แต่อาการเจ็บป่วยของท่านก็ทรุดลงตลอด ไม่นานก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปลดออกจากข้าราชการประจำรับพระราชทานเบี้ยบำนาญไปตลอดชีวิต

เจ้าพระยาศรีวิไชย์ชนินทร์ถึงอสัญกรรมเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๘ ขณะอายุได้ ๗๓ ปี ท่านเป็นต้นตระกูล “สุนทราชุน” นี่ก็คือชีวิตที่น่าสนใจของขุนนางคนดังในสมัยรัชกาลที่๕อีกคนหนึ่ง

 โดย โรม บุนนาค

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

Leave a Reply