“ทวดกลาย” นักรบบรรพชนศักดิ์สิทธิ์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “ทวดกลาย” นักรบบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หากกล่าวถึงจังหวัด นครศรีธรรมราช หากขับรถผ่านไปทางสิชลก่อนข้ามสะพานกลายทางด้านซ้ายมือจะมีรูปปั้นทวดกลายหรือโต๊ะกลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพี่น้องแถบนี้ มีลักษณะเป็นรูปปั้นชาย นั่งขัดสมาส มือทั้งสองข้างวางไว้บนเข่า ห่มสไบเฉียงและโพกหัวด้วยผ้าสีขาว ตั้งวางอยู่ในศาลาเชิงสะพานฝั่งตำบลสระแก้ว คนในพื้นที่ความเชื่อกันว่าท่านมีฤทธิ์ดั่งเทวดาอารักษ์

ทวดกลาย นักรบบรรพชน

ความศรัทธาในการบนบานบอกกล่าว เห็นได้จากเสียงบีบแตรรถ ไก่ชน เสียงปะทัด และการทรงเจ้าเข้าทรงในทุกๆปี รวมไปถึงความเชื่อที่ว่า“คนสองฝั่งคลองไม่กล้าทำความสกปรกลงในคลองสายนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหมูเพราะเชื่อว่า ทวดกลายเป็นมุสลิม” วันดีคืนดีที่ผ่านมา ทวดกลายจะปรากฏให้เห็นในรูปของจระเข้ตัวใหญ่เพื่อย้ำเตือนสติลูกหลานให้มุ่งคิดดี ทำดี อย่าทำลายทรัพยากรสายน้ำกลาย

จึงมีเรื่องเล่าตำนานทวดกลายอยู่มากโขเชื่อกันว่าทวดกลายคือ ลูกหลานสามสี่พี่น้องที่คุ้มครองเมืองนคร และในสมัยนั้นเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา เมืองไทรบุรีก็เป็นเมืองขึ้นของอยุธยาด้วย ตามจารีตประเพณีของอยุธยาจะนำเอาลูกเจ้าเมืองทั้งหมดของแต่ละหัวเมืองที่เป็นเมืองขึ้นไปอยู่ที่อยุธยาและการนำลูกเจ้าเมืองเมืองขึ้นต่างๆในอยุธยา ก็ได้มีการประสิทธิ์ประสาทวิชาทางการทหารวิชาทางไสยเวทย์ให้ทุกคน ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ

เพราะทางอยุธยาถือว่านครศรีธรรมราชมีอาณาจักรกว้างขวางถึงมลายูถือว่าเป็นที่ที่มีชาวอิสลามอยู่มากมาย การได้เชื้อสายของชาวอิสลามเองจะทำให้ปกครองกันง่ายและเจ้าเมืองที่มีเชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรีที่ทางอยุธยาส่งลงมาครองอยู่ที่นครศรีธรรมราชนั้นมีชื่อว่า พระยารามราชเดโช (หวาน) หรือที่เรียกกันว่านายเมือหวาน ซึ่งพระยารามราชเดโช (หวานเมื่อมาครองเมืองนครศรีธรรมราชแล้วก็มีลูกทั้งหมดสามคนที่นับว่าเป็นเชื้อสายตรงคือ ๑. ทวดหน้าศพ ๒. ทวดกลาย ๓. เจ้านายนอกหน้า ซึ่งคนนี้เป็นผู้หญิง

จากนั้นมีการสู้รบกับทัพกรุงศรีอยุธยาเนื่องจากให้ที่พักพิงกบฏมีการล้อมเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ ๕ วันจนหมดเสบียง พระยารามราชเดโชก็จำเป็นต้องตีออกและสายสกุลบางส่วนหนีไปอยู่ “กรุงชิง” คือลูกสามคน ทวดหน้าศพ ทวดกลาย และเจ้านายนอกหน้า นำคนไปด้วยจำนวนมากโดยไปตั้งรกรากเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ทางกรุงศรีอยุธยาเห็นว่ายังมีเชื้อสายอยู่ก็เลยไม่ไว้ใจทางกรุงศรีอยุธยาเขาก็ตั้งเจ้าเมืองใหม่มาครองเมืองนครศรีธรรมราชแทน ติดต่อกลับไปที่เชื้อสายที่ “กรุงชิง” เพื่อสัมพันธไมตรีกับทาง “กรุงชิง”และได้ไปขอ “เจ้านายนอกหน้า” ที่เป็นหญิงมาเป็นชายาเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนใหม่

หลังจากนั้น “เจ้านายนอกหน้า” ท่านได้ตั้งท้อง ท่านก็ยังไม่วางเรื่องความแค้น ท่านก็ได้ไปขอคลอดใกล้ๆ พี่ชายแต่ในใจของท่านนั้นคิดว่าไม่เอาชาติพันธ์ที่มาจากรุงศรีอยุธยาไว้ พอท่านไปถึง “กรุงนาง” ท่านก็ไปกลั้นใจตาย ส่วนฝ่ายพี่ทั้งสองคนคือ “ทวดหน้าศพ” และ “ทวดกลาย” เข้าใจว่าทางเจ้าเมือนครศรีธรรมราชคนใหม่ขับไล่ไสส่งก็เลยโกรธยกทัพมาตีกันอีกครั้ง รบกันเป็นเวลานาน ๕ วัน ๕ คืน “ทวดหน้าศพ” กับ “ทวดกลาย” ก็เสียชีวิตโดยไม่มีบาดแผลใดๆ จึงคิดว่าท่านน่าจะเหนื่อยจากการต่อสู่และเป็นลมเสียชีวิต

มาวันนี้ลูกหลานรุ่นหลังแทบจะจดจำเรื่องทวดกลายไม่ได้ ลืมไปว่าก่อนหน้านี้ไม่นานทวดกลายคือ สิ่งยึดเหนี่ยวของคนแถบนี้ทั้งพี่น้องพุทธ มุสลิม โดยมีศรัทธาเป็นตัวตั้งมากกว่าการสร้างรูปเคารพที่ผิดหลักศาสนา วันนี้พี่น้องมุสลิมถอยห่างทวดกลาย เพราะผิดหลักศาสนาแต่ศรัทธายังคงมี พี่น้องพุทธใช้ทวดกลายเป็นที่พึ่งหนักไปในเรื่อง มิอันควร เห็นได้จากรูปไก่ชนรายรอบ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า ทวดกลายยังคงเฝ้ามองและปกป้องคนแถบนี้ เสมือนว่าท่านยังมีชีวิตอยู่

ศาลทวดกลายความศรัทธาในการบนบาน บอกกล่าว เห็นได้จากเสียงบีบแตรรถ ไก่ชน เสียงปะทัด แผ่นทองคำเปลวที่ถูกปิดจนเหลืองอร่ามไปทั่วรูปปั้น ผ้าสีขาว รูปปั้นไก่ และการทรงเจ้าเข้าทรงในทุกๆปีแทนคำบ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ หลังคำตั้งจิตอฐิษฐาน สัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะขอให้หายเจ็บป่วย ขอให้สอบเข้าเรียนหรือทำงานได้ตามต้องการ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply